พระเทพวชิรคุณ

ความสงบ • สันโดษ • ธรรมชาติ

รวบรวมพระพุทธพจน์ 295 บท

พระพุทธพจน์
แนวปล่อยวาง

จากการเห็นตามจริง สู่การรู้ทันใจ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างอ่อนโยน เรียงบทที่ 1–295 ให้เลือกอ่านต่อเนื่องหรือเริ่มจากหัวข้อที่ตรงกับชีวิตวันนี้

เริ่มอ่านบทที่ 1 อ่านชุดใหม่ 90 บท →
แสงเช้าสงบริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย

295 บท · 35 หัวข้อ · อ่านตามลำดับได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

แต่ละบทระบุพระสูตรที่ใช้อ้างอิง บทที่ 16–295 เป็นการสรุปและประยุกต์คำสอนโดยผู้เรียบเรียง มิใช่คำแปลพุทธพจน์แบบคำต่อคำ

01 · เข้าใจธรรม

01

เริ่มเห็นตามจริง

เริ่มจากการเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า โดยไม่รีบยึดว่าเป็นเราและของเรา

บทที่ 1–5
  1. ธรรมชาติอันเงียบสงบ บทที่ 01 ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น พิจารณาสิ่งที่รู้และพบ โดยไม่รีบจับไว้เป็นตัวตน จูฬตัณหาสังขยสูตร (มัชฌิมนิกาย)
  2. ธรรมชาติอันเงียบสงบ บทที่ 02 การปลงภาระอันหนัก เห็นภาระของความยึดถือ และค่อย ๆ ปลงลง ภารสูตร (สังยุตตนิกาย)
  3. นกกระเต็นเกาะกิ่งไม้ริมลำธารเงียบ บทที่ 03 เห็นสักแต่ว่าเห็น ฝึกเห็นและได้ยินตามจริงก่อนใจปรุงเรื่องต่อ พาหิยสูตร (ขุททกนิกาย)
  4. ธรรมชาติอันเงียบสงบ บทที่ 04 ความไม่ใช่ตัวตน พิจารณาสิ่งที่เปลี่ยนไปโดยไม่ยึดว่าเป็นตัวเรา อนัตตลักขณสูตร (สังยุตตนิกาย)
  5. มดเดินบนกิ่งไม้ที่ตกอยู่เหนือมอสในแสงแดด บทที่ 05 การอยู่กับปัจจุบัน กลับมาอยู่กับวันนี้อย่างรู้ตัว ภัทเทกรัตตสูตร (มัชฌิมนิกาย)

01 · เข้าใจธรรม

02

เห็นเหตุแห่งทุกข์และความสงบ

ค่อย ๆ มองเหตุปัจจัยของความทุกข์ และทางที่ใจคลายจากความยึดมั่น

บทที่ 6–10
  1. เตาถ่านที่ดับแล้วในครัวเรียบง่าย บทที่ 06 ไฟคืออุปาทาน มองความร้อนของความอยากและการยึดติด อาทิตตปริยายสูตร (สังยุตตนิกาย)
  2. หมวกเด็กและหมวกผู้ใหญ่แขวนอยู่ข้างกัน บทที่ 07 ความยึดติดในบุตรและทรัพย์ ดูความหวงแหนที่ทำให้ใจไม่เป็นอิสระ พาลวรรค (ธรรมบท)
  3. ขอบฟ้าเหนือบึงกับก้อนหินและหญ้าริมฝั่ง บทที่ 08 ที่สุดแห่งโลกและทุกข์ ค้นหาที่สุดแห่งทุกข์ในกายและใจที่นี่ โรหิตัสสสูตร (สังยุตตนิกาย)
  4. ธรรมชาติอันเงียบสงบ บทที่ 09 ความดับไปแห่งปัจจัย เห็นเหตุที่เกิดขึ้น และการดับไปเมื่อเหตุคลาย ปัจจยาการ (สังยุตตนิกาย)
  5. ธรรมชาติอันเงียบสงบ บทที่ 10 ความสงบเย็น (นิพพาน) พิจารณาความสงบเย็นที่ไม่ต้องวิ่งตามสิ่งภายนอก อุดาน (ขุททกนิกาย)

01 · เข้าใจธรรม

03

คลายมือจากสิ่งที่ยึด

ทำหน้าที่ในชีวิตต่อไป พร้อมเรียนรู้ที่จะไม่แบกทุกสิ่งไว้ในใจ

บทที่ 11–15
  1. สายน้ำและก้อนหินริมแม่น้ำโขง เตือนใจให้ใช้ธรรมเป็นเครื่องข้ามความทุกข์แล้วคลายความยึดถือ บทที่ 11 แพมีไว้ข้าม มิใช่แบกไว้ ใช้ธรรมเป็นทางข้าม ไม่แบกแม้สิ่งที่ช่วยเราไว้ อลคัททูปมสูตร (MN 22) พระไตรปิฎกเล่ม 12
  2. แสงเย็นเหนือแม่น้ำโขงเตือนใจว่าโลกธรรมทั้งสุขและทุกข์ย่อมเคลื่อนผ่าน บทที่ 12 เมื่อโลกธรรมหมุนผ่าน ใจไม่ต้องหมุนตาม อยู่ท่ามกลางคำชม คำติ ได้และเสีย โดยใจไม่หมุนตาม โลกธรรมสูตรและโลกวิปัตติสูตร (AN 8.5-6) พระไตรปิฎกเล่ม 23 ข้อ 95-96
  3. รุ่งอรุณเงียบสงบริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย สื่อถึงการดูแลกายและวางใจอย่างมีสติ บทที่ 13 กายอาจกระสับกระส่าย แต่ใจไม่ต้องกระสับกระส่าย ดูแลกายที่เจ็บป่วย โดยไม่จำเป็นต้องให้ใจป่วยตาม นกุลปิตาสูตร (SN 22.1) พระไตรปิฎกเล่ม 17 ข้อ 1-5
  4. ใบไม้แห้งและก้อนหินริมสายน้ำโขง สื่อถึงความไม่เที่ยงและการคลายความยึดถือในขันธ์ห้า บทที่ 14 มองขันธ์ห้าดุจฟองน้ำ แล้ววางความยึดถือ มองขันธ์ห้าตามความเปลี่ยนแปลง แล้วคลายความถือมั่น เผณปิณฑสูตร (SN 22.95) พระไตรปิฎกเล่ม 17 ข้อ 242-246
  5. ธรรมชาติยามเย็นริมแม่น้ำโขง สื่อถึงการคืนสิ่งที่ผ่านไปให้แก่เหตุปัจจัยและวางใจอย่างสงบ บทที่ 15 สิ่งใดไม่ใช่ของเรา จงเรียนรู้ที่จะวาง รู้จักคืนสิ่งที่ไม่ใช่ของเราให้แก่ความผ่านไป ปฐมนตุมหากสูตร (SN 35.101) พระไตรปิฎกเล่ม 18 ข้อ 101

02 · ฝึกกับใจ

04

กลับมารู้กายและใจ

รู้ทันความรู้สึกและความคิดในจังหวะธรรมดาของแต่ละวัน

บทที่ 16–20
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ หยุดหนึ่งลมหายใจก่อนตอบโต้ บทที่ 16 หยุดหนึ่งลมหายใจก่อนตอบโต้ เมื่อคำพูดกระทบใจ การหยุดสั้น ๆ ช่วยให้เห็นอารมณ์ก่อนเลือกคำตอบ สติปัฏฐานสูตร (MN 10)
  2. แอ่งน้ำสะท้อนช่องฟ้าหลังฝนข้างทางอิฐ บทที่ 17 ความรู้สึกนี้ก็เปลี่ยนได้ ความเศร้าไม่ใช่ตัวตนถาวร ลองรับรู้มันโดยไม่เร่งไล่ออก สติปัฏฐานสูตร (MN 10)
  3. กระดิ่งไม้ไผ่ใต้ชายคารับลมอ่อนในสวน บทที่ 18 รู้ว่าใจฟุ้ง โดยไม่ดุใจ การเห็นว่าฟุ้งซ่านเป็นการเริ่มมีสติ ไม่ใช่ความล้มเหลว สติปัฏฐานสูตร (MN 10)
  4. เท้าพักบนเสื่อกกข้างหน้าต่างในห้องเรียบง่าย บทที่ 19 กลับมาหากายเมื่อใจวิ่งไกล กายที่กำลังนั่ง ยืน เดิน เป็นหลักให้ใจกลับมาปัจจุบัน สติปัฏฐานสูตร (MN 10)
  5. หยดน้ำบนใบบัวกับถ้วยดินเผา ชวนเห็นความคิดโดยไม่ยึดเป็นตัวเรา บทที่ 20 เห็นความคิด โดยไม่ต้องเป็นความคิด ความคิดเกิดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคำตัดสินชีวิต สติปัฏฐานสูตร (MN 10)

02 · ฝึกกับใจ

05

ดูความเจ็บโดยไม่ซ้ำเติม

รับรู้ความเจ็บที่มีจริง โดยไม่เพิ่มเรื่องร้ายให้ใจหนักกว่าเดิม

บทที่ 21–25
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ เจ็บหนึ่งครั้ง อย่าแทงใจซ้ำ บทที่ 21 เจ็บหนึ่งครั้ง อย่าแทงใจซ้ำ ความเจ็บแรกอาจเลี่ยงไม่ได้ แต่การกล่าวโทษตนซ้ำเพิ่มทุกข์ สัลลัตถสูตร (SN 36.6)
  2. ผ้าสะอาดและแก้วน้ำข้างหมอนในห้องพักที่สงบ บทที่ 22 ดูแลตัวเองในวันที่ป่วย กายไม่สบายแล้ว ใจยังรับการดูแลอย่างอ่อนโยนได้ สัลลัตถสูตร (SN 36.6)
  3. ก้อนหินผิวเรียบและก้อนกรวดบนทรายชื้นริมน้ำ บทที่ 23 รับคำติ โดยไม่รับทุกคำเป็นตัวตน ฟังส่วนที่มีประโยชน์ แล้ววางคำที่ทำร้ายใจเกินจำเป็น สัลลัตถสูตร (SN 36.6)
  4. ที่นั่งไม้ไผ่กับผ้าฝ้ายข้างหน้าต่างไม้เปิด ชวนให้ความเศร้ามีพื้นที่ บทที่ 24 ให้ความเศร้ามีที่อยู่ โดยไม่ให้ครองทั้งวัน ไม่ต้องรีบหายเศร้า แต่ค่อย ๆ คืนพื้นที่ให้ชีวิตประจำวัน สัลลัตถสูตร (SN 36.6)
  5. เส้นด้ายที่แยกออกจากกลุ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป บทที่ 25 หยุดเติมเรื่องร้ายให้ความกังวล ความไม่แน่นอนมีอยู่ แต่ใจไม่จำเป็นต้องจำลองหายนะทุกทาง สัลลัตถสูตร (SN 36.6)

02 · ฝึกกับใจ

06

อยู่กับความเปลี่ยนแปลง

เห็นความไม่แน่นอนอย่างอ่อนโยน แล้วเลือกทำสิ่งสำคัญในวันนี้

บทที่ 26–30
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ ยอมรับวัยที่เปลี่ยน โดยไม่หมดคุณค่า บทที่ 26 ยอมรับวัยที่เปลี่ยน โดยไม่หมดคุณค่า ความเปลี่ยนแปลงของกายไม่ลดคุณค่าของความเมตตาและปัญญา ฐานสูตร (AN 5.57)
  2. ใบอ่อน ใบแก่ และผลมะม่วงเล็กบนกิ่งเดียวกัน บทที่ 27 เมื่อคนที่รักเปลี่ยนไป รักและดูแลกันได้ โดยไม่เรียกร้องให้ทุกอย่างเหมือนเดิม ฐานสูตร (AN 5.57)
  3. ถ้วยดินใส่เมล็ดกับไม้ปลูก ชวนดูแลสิ่งที่เลือกทำได้ในวันนี้ บทที่ 28 ใช้วันนี้ให้ไม่ค้างใจ ระลึกถึงความไม่แน่นอน เพื่อทำสิ่งสำคัญขณะยังทำได้ ฐานสูตร (AN 5.57)
  4. ดอกไม้แห้งเก็บในกล่องไม้เล็ก ๆ ท่ามกลางแสงอ่อน บทที่ 29 พลัดพรากได้ แต่ความดีที่ให้กันยังอยู่ เมื่อจำต้องจากกัน ให้รับรู้ความเศร้าและรักษาความหมายของความสัมพันธ์ ฐานสูตร (AN 5.57)
  5. ถ้วยเพาะดินเผาในถาดไม้ไผ่ ชวนรับผิดชอบเหตุที่ดูแลได้ บทที่ 30 กลับมารับผิดชอบสิ่งที่เลือกได้ ผลลัพธ์ไม่อยู่ในมือทั้งหมด แต่การกระทำวันนี้อยู่ในมือบางส่วน ฐานสูตร (AN 5.57)

02 · ฝึกกับใจ

07

เลือกทิศทางความคิด

สังเกตความคิดที่วนซ้ำ และฝึกไม่ต่อเติมสิ่งที่เผาใจ

บทที่ 31–35
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ เลือกว่าจะเลี้ยงความคิดใด บทที่ 31 เลือกว่าจะเลี้ยงความคิดใด ความคิดที่เรากลับไปหาเสมอค่อย ๆ กำหนดทิศทางใจ เทวธาวิตักกสูตร (MN 19)
  2. แถบผ้าฝ้ายวางแยกกันบนราวไม้ ชวนหยุดความคิดเอาคืน บทที่ 32 หยุดซ้อมการเอาคืนในใจ การคิดเอาคืนซ้ำทำให้เราอยู่กับเหตุการณ์เดิมนานขึ้น เทวธาวิตักกสูตร (MN 19)
  3. สายน้ำเล็กไหลอ้อมกิ่งไม้ในร่มสีเขียว บทที่ 33 พาใจไปทางที่ไม่เบียดเบียน ความอ่อนโยนเป็นทิศทางที่ฝึกได้ทีละความคิด เทวธาวิตักกสูตร (MN 19)
  4. ทางเดินใหม่เล็ก ๆ แยกจากทางเก่าในทุ่งหญ้า บทที่ 34 ทางเดินของใจเปลี่ยนได้ ความคิดซ้ำเป็นนิสัย แต่เราฝึกทางใหม่ด้วยการรู้ทันและเลือกใหม่ เทวธาวิตักกสูตร (MN 19)
  5. ต้นกะเพราต่างขนาดในกระถางดินเผาคนละใบ บทที่ 35 วางการเปรียบเทียบที่เผาใจ เห็นความสำเร็จของคนอื่น โดยไม่ต้องแปลว่าตนล้มเหลว เทวธาวิตักกสูตร (MN 19)

03 · อยู่ร่วมกัน

08

อดทนโดยไม่ทำร้าย

ตั้งขอบเขตและตอบคำกระทบด้วยความชัดเจนที่ไม่เพิ่มความรุนแรง

บทที่ 36–40
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ อดทนต่อคำกระทบ โดยไม่เก็บพิษไว้ บทที่ 36 อดทนต่อคำกระทบ โดยไม่เก็บพิษไว้ ความอดทนเปิดโอกาสให้ตอบอย่างมีสติและตั้งขอบเขตได้ กกจูปมสูตร (MN 21)
  2. เบาะนั่งสองใบหันเข้าหากันในห้องโปร่ง บทที่ 37 ฟังก่อนตัดสินคนจากประโยคเดียว คนและสถานการณ์อาจกว้างกว่าคำพูดที่เราได้ยิน กกจูปมสูตร (MN 21)
  3. รากไทรยึดดินข้างคลองที่น้ำไหลเบา บทที่ 38 ใจเย็นคือกำลังที่ใช้แก้ปัญหา ความสงบช่วยให้เห็นทางออกที่ความโกรธบดบัง กกจูปมสูตร (MN 21)
  4. รั้วไม้ไผ่เตี้ยกับประตูเปิดสู่สวนดอกไม้ บทที่ 39 เมตตาและมีขอบเขตไปพร้อมกัน ปรารถนาดีได้ แม้ต้องถอยจากคำพูดที่ทำร้าย กกจูปมสูตร (MN 21)
  5. ผ้าฝ้ายวางบนเก้าอี้โยกใต้ร่มชายคา บทที่ 40 ลดเสียงลงเพื่อให้ใจได้ยิน เมื่อคำพูดนุ่มลง เนื้อหายากก็มีโอกาสเข้าถึงกัน กกจูปมสูตร (MN 21)

03 · อยู่ร่วมกัน

09

เพียรอย่างพอดี

เริ่มจากก้าวเล็ก รักษาสิ่งดี และเริ่มใหม่ได้เมื่อพลาด

บทที่ 41–45
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ ความเพียรเริ่มได้จากก้าวเล็ก บทที่ 41 ความเพียรเริ่มได้จากก้าวเล็ก ไม่ต้องรอให้พร้อมทั้งหมดเพื่อทำสิ่งที่เกื้อกูล ปธานสูตร (AN 4.13)
  2. โอ่งน้ำเล็กในร่มก่อนแดดจัดมาถึง บทที่ 42 ดูแลเงื่อนไขก่อนโกรธ พัก กิน และเว้นจังหวะ ช่วยลดเหตุให้ใจลุกเป็นไฟ ปธานสูตร (AN 4.13)
  3. ต้นอ่อนเล็ก ๆ งอกในภาชนะดินเผาที่นำกลับมาใช้ปลูก บทที่ 43 เลิกสิ่งที่ทำร้ายใจทีละน้อย การละนิสัยเดิมต้องอาศัยการเห็นเหตุและเริ่มใหม่บ่อยครั้ง ปธานสูตร (AN 4.13)
  4. น้ำจากบัวรดน้ำลงสู่ต้นมะลิอ่อน บทที่ 44 รดน้ำสิ่งดีในใจ ความเมตตาและความตั้งใจเติบโตเมื่อมีเวลาให้มันจริง ๆ ปธานสูตร (AN 4.13)
  5. แปลงผักคลุมดินและจอบที่เก็บเรียบร้อย บทที่ 45 รักษาสิ่งดีให้ต่อเนื่อง ความก้าวหน้าเกิดจากการดูแลสิ่งที่เริ่มแล้วอย่างพอดี ปธานสูตร (AN 4.13)

03 · อยู่ร่วมกัน

10

เมตตาต่อตนและผู้อื่น

ให้ความปรารถนาดีเป็นการกระทำเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้จริง

บทที่ 46–50
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ เมตตาเริ่มที่คนใกล้ตัว บทที่ 46 เมตตาเริ่มที่คนใกล้ตัว คำพูดอ่อนโยนในบ้านคือการฝึกธรรมที่จับต้องได้ กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8)
  2. สะพานเล็กข้ามลำธารไปยังบ้านท่ามกลางต้นไม้ บทที่ 47 หวังดีได้แม้อยู่ห่าง ความเมตตาไม่จำเป็นต้องพาตนกลับไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่เจ็บ กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8)
  3. เบาะและพนักพิงบนม้านั่งในร่มสำหรับพักกาย บทที่ 48 อย่าลืมตนเองในความเมตตา ใจที่ดูแลคนอื่นได้ต้องได้รับการพักและความกรุณาด้วย กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8)
  4. โอ่งน้ำดินเผากับกระบวยกะลาริมทาง ชวนมีเมตตาต่อผู้ผ่านไป บทที่ 49 ความเมตตาที่ไม่ต้องรู้จักกัน การไม่เพิ่มทุกข์ให้คนแปลกหน้าเป็นความดีเล็กที่เกิดได้ทุกวัน กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8)
  5. ดอกดาวเรืองบานในสวนฝั่งเพื่อนบ้าน บทที่ 50 ยินดีกับความสุขของคนอื่น ความสุขของผู้อื่นไม่ทำให้ความสุขของเราน้อยลง กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8)

03 · อยู่ร่วมกัน

11

คลายโกรธและวางคำคน

ไม่ปล่อยให้ความโกรธหรือคำชมคำติเลือกทางเดินแทนเรา

บทที่ 51–55
  1. ภาพธรรมชาติประกอบบทความ ตอบความโกรธด้วยความไม่โกรธ บทที่ 51 ตอบความโกรธด้วยความไม่โกรธ การไม่สวนกลับด้วยไฟช่วยหยุดวงจรที่ทำร้ายทั้งสองฝ่าย ธรรมบท ข้อ 223 (Dhp 223)
  2. กล้วยและฝรั่งในตะกร้าเล็กข้างประตูบ้าน บทที่ 52 ให้ในสิ่งเล็กที่ให้ได้ การแบ่งปันช่วยคลายใจที่กลัวว่าจะมีไม่พอเสมอ ธรรมบท ข้อ 223 (Dhp 223)
  3. ผ้าฝ้ายพับกับหลอดด้ายไม้ ชวนพูดความจริงด้วยความอ่อนโยน บทที่ 53 พูดจริงโดยไม่ทำร้าย ความจริงและความสุภาพอยู่ร่วมกันได้ในเรื่องยาก ธรรมบท ข้อ 224 (Dhp 224)
  4. ต้นกกตั้งตรงริมน้ำระหว่างแสงและเงา บทที่ 54 ไม่ให้คำชมคำติพาใจไกล ฟังคำคนได้ แต่ไม่ต้องยกหัวใจทั้งหมดให้คำคนนั้น ธรรมบท ข้อ 227–228 (Dhp 227–228)
  5. รุ้งจางเหนือหลังคาบ้านหลังฝนผ่าน บทที่ 55 คืนใจสงบหลังความขัดแย้ง เมื่อเรื่องจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องแบกการทะเลาะต่อทั้งคืน ธรรมบท ข้อ 221–222 (Dhp 221–222)

04 · ฝึกความรู้ตัว

12

รับรู้โดยไม่แบกเรื่องเติม

รู้สิ่งที่รับทางประสาทสัมผัส แล้วดูความหมายที่ใจปรุงต่อ

บทที่ 56–65
  1. กระดิ่งทองเหลืองใต้ชายคาไม้กับใบมะขามไหว สื่อถึงการได้ยินโดยไม่ต่อเรื่อง บทที่ 56 ได้ยินเสียงหนึ่งครั้ง ไม่ต้องแบกเรื่องทั้งวัน ฝึกแยกเสียงที่ได้ยินออกจากเรื่องที่ใจรีบแต่ง แล้วกลับมาเลือกการตอบสนองที่เหมาะกับเหตุการณ์จริง สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  2. หยดฝนบนกระจกทำให้ภาพสวนเปลี่ยนรูป ชวนแยกสิ่งที่เห็นจากข้อสรุป บทที่ 57 เห็นสีหน้าแล้ว เว้นที่ให้ความจริง ให้พื้นที่แก่ข้อมูลที่ยังไม่ครบ ก่อนสรุปความสัมพันธ์จากสีหน้าเพียงชั่วครู่ของคนตรงหน้า สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  3. มะเฟืองหั่นหนึ่งผลบนหินสีเข้ม ชวนรับรู้รสอย่างพอดี บทที่ 58 รสที่ชอบไม่ต้องกลายเป็นความต้องการไม่จบ รับรสอาหารที่ชอบอย่างรู้ตัว แล้วเห็นจังหวะที่ความอร่อยเปลี่ยนเป็นความอยากเพิ่ม สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  4. ใบเตยบนขอบหน้าต่างดินในวันฝน ชวนรู้กลิ่นและความทรงจำที่เกิดขึ้น บทที่ 59 กลิ่นเก่ากลับมา ความทรงจำไม่ต้องพาใจไปทั้งหมด รู้ว่ากลิ่นปลุกความทรงจำ แล้วประคองใจให้อยู่กับสิ่งที่เกิดในวันนี้ด้วย สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  5. ผิวถาดไม้ไผ่ใหม่บนผ้าหยาบ สื่อถึงสัมผัสที่ยังไม่ต้องผูกเป็นความเป็นเจ้าของ บทที่ 60 มือสัมผัสของใหม่ ใจยังไม่ต้องเรียกว่าเป็นของเรา สังเกตสัมผัสที่พอใจ ก่อนความรู้สึกจะกลายเป็นคำสั่งให้ต้องซื้อหรือครอบครอง สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  6. รางหินรับน้ำฝนข้างขั้นบันได ชวนฟังเสียงฝนโดยไม่เติมความผิดหวัง บทที่ 61 เสียงฝนไม่ใช่คำตัดสินแผนของเรา ฟังฝนเป็นฝน แล้วปรับแผนจากสภาพจริงแทนการตัดสินว่าทั้งวันเสียไป สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  7. นกกระเต็นเกาะกกริมน้ำ ชวนชื่นชมสิ่งที่เห็นโดยไม่ครอบครอง บทที่ 62 ภาพสวยผ่านตาได้ โดยไม่ต้องรีบครอบครอง ชื่นชมภาพที่พบโดยให้ความงามผ่านตาได้ แม้ไม่ได้เก็บเป็นรูปหรือสิ่งของ สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  8. เปลว่างระหว่างต้นมะม่วงในยามเย็น ชวนอยู่กับความเงียบโดยไม่ตีความตน บทที่ 63 ความเงียบที่ได้ยิน ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครใส่ใจ ให้ความเงียบเป็นช่วงของการรับรู้ ก่อนแปลว่าเราไม่มีความสำคัญต่อใคร สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  9. แสงแดดผ่านม่านบางลงบนพื้นไม้ ชวนรับรู้อากาศโดยไม่เพิ่มเรื่องร้าย บทที่ 64 รับรู้อากาศร้อน โดยไม่เติมวันร้าย รับรู้อากาศร้อนพร้อมดูแลกาย แล้วสังเกตความหงุดหงิดที่ขยายเกินเหตุ สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  10. ใบไม้สื่อสารในช่องไม้ไผ่ข้างเฟิร์น ชวนเลือกจังหวะรับรู้ บทที่ 65 เห็นแจ้งเตือนแล้ว ยังเลือกจังหวะของใจได้ เห็นสัญญาณจากหน้าจอแล้วให้จังหวะพิจารณา ก่อนยกความสนใจทั้งหมดตามไป สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)

04 · ฝึกความรู้ตัว

13

เปลี่ยนทิศความคิดที่เผาใจ

รู้ผลของความคิด แล้วเลือกสิ่งเกื้อกูลที่ทำได้จริง

บทที่ 66–75
  1. ลิ่มไม้เล็กข้างรอยต่อที่ซ่อมแล้ว สื่อถึงการใช้ความคิดเกื้อกูลแทนความคิดเผาใจ บทที่ 66 เปลี่ยนคำในใจ ก่อนความโกรธจะเขียนเรื่องต่อ รู้ทิศทางของความคิดแล้วทดลองใช้คำที่พาไปสู่การแก้ไข แทนคำที่ขยายความโกรธ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  2. เชือกม้วนข้างหลอดไม้ไผ่ สื่อถึงการหยุดต่อวงคิดซ้ำ บทที่ 67 ไม่ทบทวนประโยคที่ทำร้ายเราเป็นรอบที่สิบ สังเกตผลของการทบทวนคำเจ็บ แล้วลดการเลี้ยงวงคิดด้วยการกลับสู่การกระทำที่เป็นประโยชน์ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  3. ไม้สามชิ้นวางเป็นระยะบนขอบสวน ชวนแยกงานออกเป็นขั้นที่ทำได้ บทที่ 68 คิดถึงงานค้างอย่างเป็นขั้น ไม่เป็นก้อนทุกข์ เปลี่ยนก้อนงานในความคิดให้เป็นขั้นที่มองเห็น แล้วหยุดการทำนายความล้มเหลวเกินข้อมูล วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  4. เก้าอี้หวายสองตัวหันเข้าหาต้นไม้ สื่อถึงการสนทนาที่ไม่มุ่งเอาชนะ บทที่ 69 วางภาพเอาชนะที่ทำให้บทสนทนาหนัก เห็นความคิดที่อยากเป็นผู้ชนะ แล้วคืนบทสนทนาให้การเข้าใจปัญหาที่ต้องแก้ร่วมกัน วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  5. กระถางมีรอยแตกได้รับการรองด้วยผ้าและยังมีต้นอ่อน ชวนเรียนรู้โดยไม่ด่าตน บทที่ 70 ความคิดตำหนิตนไม่ใช่ครูที่ต้องเชื่อทุกคำ ทบทวนความผิดพลาดด้วยคำที่สอนวิธีแก้ แล้วพักคำตำหนิที่ทำให้ตนหมดแรงเรียนรู้ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  6. ช่องเล็กในกำแพงสวนเปิดให้เห็นท้องฟ้าจริง ชวนกลับจากภาพคาดการณ์มาปัจจุบัน บทที่ 71 คืนความสนใจจากฉากร้ายที่ยังไม่เกิด แยกภาพอนาคตที่ใจแต่งจากสิ่งที่มีหลักฐาน แล้วเตรียมการเท่าที่จำเป็นในวันนี้ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  7. ก้อนกรวดในช้อนไม้บนหินมีมอส ชวนพักความคิดตอบโต้กับสิ่งตรงหน้า บทที่ 72 เมื่อใจอยากตอบโต้ ให้พักที่สิ่งเล็กตรงหน้า พักแรงคิดตอบโต้ไว้ชั่วครู่ แล้วเลือกการกระทำที่ไม่ทำให้เรื่องแก้ยากขึ้น วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  8. ม้านั่งไม้ไผ่ที่ซ่อมด้วยด้ายฝ้ายและลิ่มไม้ ชวนลงมือแก้ไข บทที่ 73 หยุดซ้อมคำแก้ตัว แล้วเตรียมการแก้ไข วางการซ้อมเหตุผลปกป้องตน แล้วให้ความคิดทำหน้าที่เตรียมการแก้ไขที่ตรวจได้ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  9. ต้นกล้าต่างชนิดในแปลงที่ได้รับแสงต่างกัน ชวนเลิกเลี้ยงความเปรียบเทียบ บทที่ 74 ลดอาหารให้ความอิจฉาในวันที่ใจเปรียบเทียบ เห็นผลของการเลี้ยงความอิจฉา แล้วคืนความสนใจให้เหตุปัจจัยและสิ่งที่ตนพัฒนาได้ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)
  10. ทางเล็กในสวนเลี้ยวจากกิ่งหนามสู่แปลงสมุนไพร สื่อถึงการเปลี่ยนทิศทางใจ บทที่ 75 รู้ว่าคิดไม่เป็นประโยชน์ แล้วเปลี่ยนสิ่งที่ทำ รู้จังหวะที่การคิดหมดประโยชน์ แล้วทดลองเปลี่ยนการกระทำเพื่อให้ใจมีทางใหม่ วิตักกสัณฐานสูตร (MN20)

04 · ฝึกความรู้ตัว

14

เพียรพอดีและไม่ผูกใจไว้กับคะแนน

ตั้งความเพียรตามกำลังเพื่อให้การฝึกมีความต่อเนื่อง

บทที่ 76–85
  1. พิณพื้นบ้านในกล่องผ้า ชวนตั้งความเพียรไม่ตึงและไม่หย่อน บทที่ 76 เพียรให้พอดีเหมือนตั้งสายพิณ ใช้ภาพสายพิณพิจารณาความเพียร แล้วปรับแรงฝึกให้สม่ำเสมอโดยไม่ทำให้ใจตึงหรือปล่อยจนขาดต่อเนื่อง โสณสูตร (AN6.55)
  2. ถ้วยดินใส่ถั่วงอกข้างไม้ไผ่นับจังหวะ ชวนฝึกตามกำลัง บทที่ 77 วางจำนวนที่ต้องทำ แล้วรักษาจังหวะที่ทำได้ วางยอดที่อยากทำให้ครบ แล้วเลือกขนาดของการฝึกที่รักษาได้ในชีวิตจริง โสณสูตร (AN6.55)
  3. เคียวเก็บอย่างปลอดภัยใต้ร่ม ชวนพักเพื่อรักษาความตั้งใจ บทที่ 78 พักก่อนความตั้งใจจะกลายเป็นความฝืน รู้ความล้าก่อนความตั้งใจเปลี่ยนเป็นความฝืน แล้วพักเพื่อรักษากำลังในการทำสิ่งดีต่อไป โสณสูตร (AN6.55)
  4. ไม้เดินกับหินก้าวแรกบนทางดิน ชวนเริ่มใหม่อย่างพอดี บทที่ 79 เริ่มเดินใหม่โดยไม่ชดเชยวันที่หยุด กลับเข้าสู่กิจวัตรด้วยขนาดที่เหมาะ แทนเร่งชดเชยทุกวันที่เคยหยุด โสณสูตร (AN6.55)
  5. เถาอ่อนกับไม้พยุงข้างต้นไม้ใหญ่ ชวนฝึกตามกำลังของตน บทที่ 80 วางการแข่งขันกับคนที่ฝึกมานานกว่า รู้ว่าประสบการณ์และกำลังต่างกัน แล้ววางการแข่งขันที่ทำให้การฝึกของตนตึงเกินเหตุ โสณสูตร (AN6.55)
  6. เสื่อทอที่ค่อย ๆ เป็นรูปบนระเบียง ชวนเห็นคุณค่าของความต่อเนื่อง บทที่ 81 ทำช้าอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งให้ใจหมดแรง รักษางานเล็กให้ต่อเนื่อง แล้วคลายความอยากเห็นผลเร็วจนใจหมดแรง โสณสูตร (AN6.55)
  7. เบาะบางข้างประตูเปิดสู่ลานเขียว ชวนจัดเวลาฝึกที่ทำซ้ำได้ บทที่ 82 ตั้งเวลาฝึกที่กายรับไหว ใจจึงกลับมาได้ จัดเวลาฝึกจากชีวิตและกำลังที่มี เพื่อให้ใจกลับมาสู่ความรู้ตัวได้จริงหลายครั้ง โสณสูตร (AN6.55)
  8. ด้ายฝ้ายผูกใบลานอย่างหลวม ชวนผ่อนความตึงของความเพียร บทที่ 83 เมื่อความขยันทำให้หงุดหงิด ลองลดความตึง ใช้ความหงุดหงิดเป็นข้อมูลของแรงฝึก แล้วลองผ่อนเงื่อนไขที่ทำให้ความเพียรตึงเกินไป โสณสูตร (AN6.55)
  9. โหระพาหนึ่งต้นได้รับน้ำในแปลงสงบ ชวนทำสิ่งดีเล็กน้อยในวันที่แรงน้อย บทที่ 84 วันที่แรงน้อย ก็ยังรักษาความดีได้หนึ่งอย่าง รักษาสิ่งดีหนึ่งอย่างในวันที่กำลังน้อย แล้ววางภาระที่ตั้งจากภาพของวันที่มีแรงมากกว่า โสณสูตร (AN6.55)
  10. ตาชั่งดินเผาเปล่าที่วางสมดุล ชวนฝึกโดยไม่ตัดสินใจด้วยคะแนน บทที่ 85 ไม่ใช้ความสงบเป็นคะแนนสอบของตน ฝึกเพื่อรู้กายใจตามจริง แล้วคลายการใช้ความสงบหรือความนิ่งเป็นคะแนนตัดสินตน โสณสูตร (AN6.55)

04 · ฝึกความรู้ตัว

15

รักษาตนและเกื้อกูลผู้อื่น

มีสติ เมตตา และขอบเขตในการดูแลกัน

บทที่ 86–95
  1. ไม้ไผ่สองลำมีคานประคองกัน สื่อถึงการรักษาตนที่ช่วยรักษาผู้อื่น บทที่ 86 ดูแลใจตน เพื่อไม่ส่งความเหนื่อยให้คนข้าง ๆ รู้ความเหนื่อยของตนแล้วดูแลท่าที เพื่อให้การอยู่ร่วมกันไม่รับภาระจากอารมณ์ที่เราเผลอส่งต่อ เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  2. เก้าอี้โยกกับผ้าคลุมในมุมสวน ชวนฟังและดูแลผู้ใหญ่ด้วยใจมีพื้นที่ บทที่ 87 ฟังผู้ใหญ่ด้วยเมตตา โดยไม่รับทุกความกังวลมาแบก ฟังความกังวลของผู้ใหญ่โดยรับรู้ทั้งเรื่องของท่านและกำลังของตน เพื่อช่วยตามส่วนที่ทำได้จริง เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  3. เหยือกดินกับถ้วยดินสองใบ ชวนดูแลกำลังผู้ดูแล บทที่ 88 ก่อนดูแลคนป่วย ให้รู้ความล้าของผู้ดูแล เห็นความล้าของผู้ดูแลเป็นข้อมูลที่ต้องจัดการ เพื่อให้ความเอาใจใส่ต่อผู้ป่วยดำเนินต่ออย่างเหมาะสม เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  4. ถาดกกกำลังสานกับไม้ช่วยสานสองชิ้น ชวนช่วยกันอย่างพอดี บทที่ 89 ช่วยเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ทำแทนจนหมดตัว ช่วยงานร่วมกันโดยเห็นขอบเขตและความรับผิดชอบของแต่ละคน เพื่อไม่ให้ความเอื้อเฟื้อกลายเป็นภาระสะสม เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  5. คานไม้กับตะกร้ากกสองใบ ชวนขอแรงช่วยเมื่อภาระหนัก บทที่ 90 วางความรู้สึกผิดเมื่อต้องขอแรงคนอื่น ยอมรับภาระที่ต้องใช้หลายแรง แล้ววางความรู้สึกผิดที่ทำให้ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  6. สะพานไม้เตี้ยมีราวจับที่มั่นคง ชวนเตือนกันเพื่อความปลอดภัย บทที่ 91 เตือนกันให้ปลอดภัย โดยไม่ต่อว่าจนใจช้ำ แจ้งข้อควรระวังอย่างตรงและอ่อนโยน เพื่อให้การเตือนรักษาความปลอดภัยมากกว่ารักษาความเหนือกว่า เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  7. ประตูไม้ไผ่เตี้ยเปิดเล็กน้อยระหว่างสวน ชวนมีขอบเขตพร้อมความเมตตา บทที่ 92 ความอดทนมีพื้นที่ให้ขอบเขตที่ชัด ฝึกอดทนต่อความไม่พอใจพร้อมตั้งขอบเขต เพื่อให้ความเมตตามีพื้นที่ที่ดำรงอยู่ได้ เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  8. ผ้าฝ้ายทอมือบนราวไม้ไผ่ในหมอก ชวนไม่เร่งความเศร้า บทที่ 93 ไม่เร่งความเศร้าของคนที่เรารัก อยู่ข้างคนที่เศร้าโดยรับฟังตามจังหวะของเขา แล้ววางความเร่งที่อยากให้ทุกอย่างดีขึ้นทันที เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  9. ล้อของเล่นไม้ข้างล้อเกวียน ชวนดูแลเด็กด้วยความมั่นคงแทนความกลัว บทที่ 94 ดูแลเด็กโดยไม่ให้ความกลัวเลือกคำพูด รู้ความกลัวของผู้ใหญ่ก่อนเลือกคำพูด เพื่อให้การดูแลเด็กมีทั้งความชัดเจนและความอ่อนโยน เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)
  10. หลักไม้ริมตลิ่งตั้งมั่นท่ามกลางน้ำไหล ชวนอยู่ข้างความทุกข์โดยไม่จมตาม บทที่ 95 ยืนข้างความทุกข์ได้ โดยไม่จมตามทุกคลื่น รับฟังความทุกข์โดยรู้หลักยืนของตน เพื่อให้การอยู่ข้างกันมีความมั่นคงและไม่จมตามทุกเรื่อง เสทกสูตรที่ ๑ (SN47.19)

04 · ฝึกความรู้ตัว

16

รู้จักพอในสิ่งจำเป็น

ใช้ปัจจัยชีวิตอย่างพอดีตามบริบท โดยลดการแข่งภาพลักษณ์

บทที่ 96–105
  1. ที่พักไม้ไผ่เรียบง่ายเปิดรับสวน ชวนเห็นคุณค่าโดยไม่วัดจากความหรู บทที่ 96 มีที่พักธรรมดา ก็ไม่ต้องลดค่าชีวิตตน เห็นประโยชน์ของที่พักที่มี แล้วคลายการใช้ความหรูของบ้านเป็นเครื่องวัดคุณค่าชีวิต สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  2. เสื้อฝ้ายครามผูกด้วยผ้าวางบนชั้นไม้ไผ่ ชวนพอกับของที่ใช้ได้ บทที่ 97 เสื้อที่ใช้งานได้ ไม่ต้องแพ้เสื้อที่เพิ่งออกใหม่ ใช้เสื้อผ้าตามหน้าที่และสภาพจริง แล้ววางความอยากใหม่ที่เกิดจากการเปรียบเทียบ สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  3. อาหารพื้นบ้านพอดีมื้อบนเสื่อใบตอง ชวนกินเพื่อดูแลกาย บทที่ 98 กินเพื่อดูแลกาย ไม่เพิ่มภาระให้ภาพลักษณ์ จัดมื้ออาหารจากความต้องการและกำลังจริง แล้วคลายความกดดันให้มื้อธรรมดาดูดีเหมือนภาพในสื่อ สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  4. หน้าต่างไม้เปิดด้วยกิ่งไม้ธรรมดา ชวนเห็นความสะดวกที่มีอยู่แล้ว บทที่ 99 ความสะดวกพอดี ไม่ต้องซื้อความสบายทุกชนิด เห็นความสะดวกที่มีอยู่แล้ว แล้วพิจารณาของช่วยใหม่จากประโยชน์จริงก่อนเพิ่มภาระ สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  5. ถ้วยดินเรียบกับดอกไม้ป่าในขวดใช้ซ้ำ ชวนไม่อายความเรียบง่าย บทที่ 100 วางความอายเมื่อใช้ของเรียบง่าย ใช้ของเรียบง่ายอย่างเห็นประโยชน์ แล้วคลายความอายที่เกิดจากภาพมาตรฐานของคนอื่น สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  6. กระเบื้องที่ซ่อมและเรียงใช้งานได้ ชวนปรับสิ่งจำเป็นโดยไม่ไล่ความหรู บทที่ 101 ความพอไม่ได้ห้ามเราปรับชีวิตให้ดี รักษาความพอพร้อมปรับสิ่งจำเป็น เพื่อให้ความเรียบง่ายสนับสนุนชีวิตตามเหตุที่เปลี่ยนไป สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  7. ชั้นหวายมีเพียงสบู่กับผ้าสะอาด ชวนแยกความจำเป็นจากความอยากเพิ่ม บทที่ 102 ลดรายการอยากได้ แล้วพบสิ่งที่ขาดจริง ลดเสียงของรายการอยากได้ แล้วสำรวจความจำเป็นที่ยังขาดในชีวิตประจำวัน สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  8. ห้องดินเล็กมีช่องแสงเปิดสู่กิ่งไม้ ชวนมีใจโปร่งในพื้นที่จำกัด บทที่ 103 อยู่ในห้องเล็ก โดยไม่ทำใจให้คับแคบ จัดพื้นที่เล็กให้รับการใช้ชีวิตได้ แล้วไม่ปล่อยขนาดห้องไปกำหนดขนาดของใจ สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  9. ตะกร้าตลาดซ่อมหูจับให้ใช้ต่อได้ ชวนรักษาของจำเป็น บทที่ 104 ดูแลของจำเป็นก่อนความอยากเปลี่ยนทุกอย่าง ดูแลของที่รองรับหน้าที่จริง ก่อนตามแรงอยากเปลี่ยนทุกชิ้นให้ดูใหม่พร้อมกัน สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)
  10. ชามไม้กับมะม่วงตามฤดูกาล ชวนรู้จักพอให้เหมาะกับเหตุปัจจัยวันนี้ บทที่ 105 พอในวันนี้ โดยไม่ยึดว่าต้องพอแบบเดิมตลอดไป รู้จักพอให้เหมาะกับเหตุของวันนี้ แล้ววางการยึดรูปแบบความพอเป็นกฎถาวร สันตุฏฐิสูตร (AN4.27)

05 · อยู่กับชีวิตที่เปลี่ยน

17

ให้และอยู่ร่วมกันอย่างเบาใจ

วางความคาดหวังผลตอบแทน พร้อมทำประโยชน์จริง

บทที่ 106–115
  1. ชมพู่ในห่อใบปาล์มที่แขวนให้หยิบได้ ชวนให้โดยไม่เฝ้าผลตอบแทน บทที่ 106 ให้แล้วไม่เฝ้ารอคำขอบคุณ ฝึกให้ด้วยความตั้งใจเกื้อกูล แล้วปล่อยความคาดหวังว่าผู้รับต้องตอบด้วยคำที่เราชอบ สังคหสูตร (AN4.32)
  2. แปรงนุ่มข้างชามไม้ผิวหยาบ สื่อถึงถ้อยคำอ่อนโยนที่ยังชัดเจน บทที่ 107 คำพูดอ่อนโยนไม่ต้องแลกกับความเห็นด้วย ใช้ถ้อยคำสุภาพโดยยังรักษาความจริงและขอบเขต แล้ววางความอยากให้ทุกคนเห็นเหมือนกัน สังคหสูตร (AN4.32)
  3. ร่องน้ำที่เปิดให้ไหลสู่ผักอ่อน ชวนช่วยตามประโยชน์จริง บทที่ 108 ช่วยให้เกิดประโยชน์ มากกว่าช่วยให้เราดูดี มองความช่วยเหลือจากปัญหาของผู้รับ เพื่อคลายความติดในภาพผู้ทำความดี สังคหสูตร (AN4.32)
  4. ม้านั่งเล็กต่างขนาดวางเป็นวง ชวนให้พื้นที่แก่ทุกคนอย่างเสมอกัน บทที่ 109 อยู่ร่วมกันอย่างเสมอ ไม่แข่งว่าใครสำคัญกว่า ให้พื้นที่แก่กันโดยไม่ต้องจัดอันดับว่าใครมีคุณค่าหรือมีสิทธิพูดมากที่สุด สังคหสูตร (AN4.32)
  5. กาน้ำดินเผาในตะกร้าไม้ไผ่เปิด ชวนแบ่งของที่ยังใช้ได้ บทที่ 110 แบ่งของที่ใช้ได้ โดยไม่ฝากความหวงไปด้วย แบ่งของที่ยังมีประโยชน์ด้วยเงื่อนไขชัดเจน แล้วคลายการควบคุมหลังส่งต่อ สังคหสูตร (AN4.32)
  6. ไม้กวาดกับตะกร้าใบไม้ข้างลานส่วนที่สะอาดแล้ว ชวนช่วยในขอบเขตที่ทำได้ บทที่ 111 ช่วยชุมชนหนึ่งชั่วโมง ไม่ต้องแบกทั้งชุมชน ช่วยงานส่วนรวมตามกำลัง โดยไม่เปลี่ยนความปรารถนาดีเป็นภาระที่เกินตัว สังคหสูตร (AN4.32)
  7. ไม้พยุงต้นไม้สองรูปแบบข้างกัน ชวนแบ่งความรู้แล้วให้เลือกวิธีที่เหมาะ บทที่ 112 ให้ความรู้โดยไม่บังคับให้ใช้วิธีเดียวกับเรา แบ่งประสบการณ์อย่างเปิดกว้าง แล้วปล่อยให้ผู้เรียนเลือกวิธีที่เหมาะกับชีวิตเขา สังคหสูตร (AN4.32)
  8. ที่ใส่ดินสอไม้ทำมือเรียบ ๆ กับกิ่งเล็ก ชวนเห็นคุณค่าของน้ำใจ บทที่ 113 ของขวัญเล็กมีค่า แม้ไม่ทำให้ใครประทับใจทันที เห็นคุณค่าของน้ำใจตามกำลัง ไม่ผูกการให้กับความตื่นเต้นที่ผู้รับต้องแสดง สังคหสูตร (AN4.32)
  9. ไม้พายเดินทางสองอันวางเคียงกัน ชวนเป็นเพื่อนร่วมทาง บทที่ 114 กลับมาเป็นเพื่อนร่วมทาง หลังเคยเป็นคนช่วยเหลือ คลายบทบาทผู้ช่วยเมื่อเหตุผ่านไป เพื่อกลับมาพบกันอย่างเป็นเพื่อนที่มีศักดิ์ศรีเท่ากัน สังคหสูตร (AN4.32)
  10. ระลอกน้ำจากเมล็ดเล็กค่อย ๆ แผ่ออก ชวนทำความดีแล้ววางการตามผล บทที่ 115 ไม่ติดตามทุกผลของความดีที่ทำไป ทำความดีอย่างตรวจผลที่จำเป็น แล้ววางความอยากติดตามทุกปลายทางของสิ่งที่เริ่มไว้ สังคหสูตร (AN4.32)

05 · อยู่กับชีวิตที่เปลี่ยน

18

ผ่านได้เสียและคำชมคำติ

พิจารณาโลกธรรมโดยไม่ใช้มันตัดสินชีวิตทั้งหมด

บทที่ 116–125
  1. ถุงเหรียญเรียบข้างรวงข้าว ชวนรับรายได้เพิ่มอย่างไม่ยึดเงื่อนไข บทที่ 116 ได้เงินเพิ่ม โดยไม่เพิ่มคำสั่งให้ชีวิตต้องดีทุกด้าน รับรายได้ที่เพิ่มอย่างรู้ประโยชน์ โดยไม่คาดว่าความสำเร็จหนึ่งเรื่องจะทำให้ทุกด้านของชีวิตสมบูรณ์ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  2. กรอบนับไม้เรียบข้างสมุนไพร ชวนดูข้อเท็จจริงทางเงินโดยไม่ตัดสินตน บทที่ 117 เมื่อรายได้ลด ให้ดูตัวเลขโดยไม่ลดค่าตน พิจารณารายได้ที่ลดตามข้อเท็จจริง แล้วแยกปัญหาทางเงินออกจากการตัดสินคุณค่าของตน โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  3. เก้าอี้ไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่ ชวนรับบทบาทโดยไม่ผูกตัวตนทั้งหมดไว้ บทที่ 118 ตำแหน่งใหม่ไม่ต้องกลายเป็นตัวตนทั้งหมด รับหน้าที่ใหม่อย่างตั้งใจ โดยไม่ผูกความเป็นคนทั้งหมดไว้กับชื่อของตำแหน่ง โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  4. แผ่นป้ายคว่ำข้างเฟิร์นที่ยังเติบโต ชวนเห็นชีวิตที่ดำเนินต่อหลังเปลี่ยนบทบาท บทที่ 119 พ้นจากตำแหน่งแล้ว ยังมีชีวิตให้ดูแล ให้เวลาปรับตัวหลังพ้นบทบาท แล้วกลับมามองชีวิตที่ยังต้องการการดูแลจากเรา โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  5. แสงชั่วครู่บนลำต้นขรุขระ ชวนรับคำชมแล้วปล่อยให้ผ่าน บทที่ 120 คำชมมีประโยชน์ เมื่อไม่ต้องเรียกกลับมาซ้ำ รับคำชมเป็นข้อมูลและความยินดี แล้วปล่อยให้ผ่านโดยไม่ต้องเรียกความรู้สึกนั้นกลับมาทุกวัน โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  6. แผ่นไม้ส่วนหนึ่งมีรอยซ่อมท่ามกลางส่วนที่ยังดี ชวนเห็นคำติอย่างจำเพาะ บทที่ 121 คำติหนึ่งเรื่อง ไม่ได้บอกทุกอย่างของเรา ฟังคำติตามเรื่องที่กล่าว แล้วไม่ขยายข้อบกพร่องจุดหนึ่งไปเป็นคำพิพากษาทั้งชีวิต โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  7. ทางเดินเล็กผ่านกกเปิดสู่แม่น้ำกว้าง ชวนไม่วัดชีวิตจากจำนวนคนรู้จัก บทที่ 122 คนรู้จักน้อยลง ไม่ได้แปลว่าใจต้องเล็กลง รักษาความสัมพันธ์ตามเหตุที่มี โดยไม่วัดขนาดชีวิตจากจำนวนคนที่จำชื่อเราได้ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  8. ดอกดาวเรืองบานข้างดอกตูมหลังฝน ชวนรับความสุขพร้อมรู้ความเปลี่ยนแปลง บทที่ 123 วันที่สุข ให้มีที่ว่างสำหรับความเปลี่ยนแปลง เปิดรับความสุขของวันนี้ พร้อมจำว่าสิ่งที่เอื้อความสุขยังเปลี่ยนได้ตามเหตุ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  9. เฟิร์นโน้มเพราะหยดฝนแต่ยังงอกงาม ชวนไม่ตัดสินชีวิตจากวันหนัก บทที่ 124 วันที่ไม่สบายใจ ไม่ต้องสรุปว่าชีวิตล้มเหลว ดูแลวันหนักตามเหตุที่เกิด โดยไม่สรุปอนาคตทั้งหมดจากความรู้สึกไม่สบายใจวันนี้ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  10. ล้อวิดน้ำมีทั้งด้านแสงและด้านร่ม ชวนเห็นได้เสียเป็นสิ่งหมุนผ่าน บทที่ 125 รู้คู่ได้และเสีย โดยไม่ทำใจเป็นสนามแข่ง เห็นคู่ได้เสียในชีวิตอย่างรู้ตัว แล้วคลายการเปลี่ยนทุกเหตุการณ์ให้เป็นคะแนนชนะหรือแพ้ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)

05 · อยู่กับชีวิตที่เปลี่ยน

19

รู้เวทนาโดยไม่ซ้ำเติม

ดูแลสิ่งที่รู้สึกจริง และคลายเรื่องที่เพิ่มความทุกข์

บทที่ 126–135
  1. ผ้าฝ้ายสะอาดพับข้างไม้เดิน ชวนดูแลความเจ็บอย่างอ่อนโยน บทที่ 126 แผลถลอกต้องดูแล แต่ไม่ต้องเรียกตนว่าไม่ระวังเสมอ ดูแลความเจ็บที่เกิดจริง แล้วลดการตำหนิตนซึ่งไม่ได้ช่วยให้แผลดีขึ้น สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  2. กิ่งหนามกับใบอ่อนวางแยกบนทราย ชวนแยกความเจ็บจริงจากเรื่องเติม บทที่ 127 เมื่อคำพูดเจ็บ ให้แยกคำจริงจากคำที่ใจเติม รับรู้ความเจ็บจากถ้อยคำ แล้วตรวจว่าใจเติมความหมายใดจนบาดแผลลึกขึ้น สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  3. อ่างเรียบรับน้ำใหม่ในร่มเช้า ชวนเริ่มดูแลแม้ใจยังไม่สุข บทที่ 128 ไม่จำเป็นต้องมีความสุข เพื่อเริ่มดูแลวันนี้ เริ่มการดูแลเล็กที่ทำได้ แม้ยังไม่มีความสุขหรือแรงใจมากพอ สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  4. ม้านั่งว่างใต้ชายคาในวันฝน ชวนรับรู้อึดอัดขณะรอโดยไม่คิดแทนผู้อื่น บทที่ 129 ความอึดอัดตอนรอ ไม่ต้องเพิ่มเป็นความไม่ไว้ใจ รู้ความอึดอัดของการรอ แล้วไม่ใช้มันสรุปว่าคนที่ยังไม่มาตั้งใจละเลยเรา สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  5. ฝักเขียวกับฝักที่เปิดแล้วบนกิ่ง ชวนอยู่กับผลที่ไม่เป็นดังหวัง บทที่ 130 รับความผิดหวังหนึ่งครั้ง โดยไม่ซ้ำประโยคสิ้นหวัง ให้ความผิดหวังมีขนาดตามเหตุการณ์ โดยไม่ท่องคำสิ้นหวังจนปิดโอกาสครั้งต่อไป สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  6. ฉากกกกรองแสงระหว่างมุมพักกับลานบ้าน ชวนหาพื้นที่โดยไม่ขยายความรำคาญ บทที่ 131 รำคาญเสียงรอบตัวได้ โดยไม่เกลียดคนทั้งบ้าน จัดการเสียงที่รบกวนอย่างเหมาะสม โดยไม่ขยายความรำคาญไปเป็นความเกลียดทุกคนในบ้าน สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  7. หยดน้ำค้างบนใบบอนในหมอกบาง ชวนรู้สึกถึงสิ่งธรรมดาทีละน้อย บทที่ 132 เมื่อใจชา ลองรู้ความธรรมดาที่กำลังมี รับรู้ความรู้สึกเฉยหรือชาอย่างอ่อนโยน โดยไม่บังคับให้ตนต้องรู้สึกเหมือนคนอื่น สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  8. ภาชนะใส่น้ำวางพักบนตลิ่ง ชวนยอมรับกำลังที่ลดลง บทที่ 133 ยอมรับว่าเหนื่อย โดยไม่ทำให้ความเหนื่อยเป็นความผิด ยอมรับกำลังที่ลดลงและจัดการพัก โดยไม่ใช้ความเหนื่อยเป็นหลักฐานว่าตนไม่มีวินัย สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  9. ประกายสีเล็กในหยดน้ำจากใบไม้ ชวนรับความสุขชั่วครู่โดยไม่ยึดไว้ บทที่ 134 สุขจากเรื่องเล็ก ไม่ต้องขยายเป็นความอยากเก็บตลอดไป รับความสุขเล็กอย่างรู้ตัว แล้วคลายการพยายามเก็บเหตุที่ให้สุขนั้นให้เหมือนเดิมตลอดไป สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  10. น้ำใสไหลผ่านชั้นหินเข้ม ชวนรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป บทที่ 135 ให้ความรู้สึกผ่าน ไม่ให้มันลงชื่อแทนเรา สังเกตความรู้สึกที่เปลี่ยน แล้วไม่ใช้ชื่ออารมณ์เป็นชื่อถาวรของตัวเรา สัลลัตถสูตร (SN36.6)

05 · อยู่กับชีวิตที่เปลี่ยน

20

คืนใจจากอดีตและอนาคต

ทบทวนและวางแผนอย่างพอดี แล้วกลับมาทำเหตุในวันนี้

บทที่ 136–145
  1. กระดาษสาพับกับใบไม้บนขอบหน้าต่าง ชวนอ่านอดีตอย่างรู้ตัว บทที่ 136 กลับไปอ่านอดีตได้ โดยไม่ย้ายใจไปอยู่ที่นั่น ใช้ความทรงจำเพื่อเรียนรู้และระลึกถึง โดยไม่ปล่อยให้วันเก่าครองหน้าที่ของวันนี้ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  2. หลักไม้ไผ่ข้างแปลงผักที่เตรียมไว้ ชวนวางแผนแล้วทำวันนี้ บทที่ 137 วางแผนเดือนหน้า แล้วลงมือกับเช้านี้ วางแผนจากข้อมูลที่มี แล้วกลับมาสร้างเหตุเล็กที่ทำให้แผนเดินได้ในวันนี้ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  3. ใบใหม่กับใบเก่าบนกิ่งฝรั่งเดียวกัน ชวนไม่ตัดสินวันนี้จากอดีต บทที่ 138 ไม่ใช้วันที่เคยดี ตัดสินวันที่กำลังฝึก เรียนรู้จากวันที่เคยทำได้ดี โดยไม่ใช้วันนั้นเป็นคำตัดสินวันที่กำลังเริ่มฝึกใหม่ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  4. ตะกร้ากกกับห่อผ้าฝ้ายข้างเสื่อ ชวนเตรียมสิ่งจำเป็นอย่างพอดี บทที่ 139 เลิกซ้อมอนาคตทั้งคืน แล้วเตรียมสิ่งจำเป็น เตรียมสิ่งจำเป็นสำหรับวันหน้า แล้ววางการซ้อมเหตุที่ยังไม่เกิดเพื่อให้คืนนี้ได้พัก ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  5. หม้อดินใส่ผักบนเตาดิน ชวนทำมื้อปัจจุบันอย่างพอดี บทที่ 140 ทำมื้อที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่แข่งกับวันพิเศษ ใส่ใจมื้อธรรมดาที่กำลังทำ แทนเร่งให้ทุกวันมีคุณภาพเหมือนโอกาสพิเศษ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  6. น้ำใสไหลผ่านรางไม้ไผ่ในสวน ชวนดูสิ่งที่แก้ได้ในวันนี้ บทที่ 141 วางคำว่าถ้าตอนนั้น แล้วดูสิ่งที่แก้ตอนนี้ รับบทเรียนจากสิ่งที่พลาด แล้วใช้กำลังกับจุดที่ยังแก้ได้ในปัจจุบัน ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  7. ขั้นหินสั้น ๆ กับเงาใบไม้ ชวนรู้ก้าวปัจจุบัน บทที่ 142 เดินช่วงสั้นโดยไม่เร่งใจไปถึงปลายวัน รู้ก้าวและสิ่งรอบตัวในช่วงสั้น เพื่อคลายการเร่งใจไปถึงงานที่ยังไม่เริ่ม ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  8. บานหน้าต่างเปิดครึ่งหนึ่งให้แสงลงพื้นสะอาด ชวนเริ่มจากความพร้อมที่มี บทที่ 143 ไม่รอให้ใจพร้อมสมบูรณ์ จึงค่อยเริ่มทำดี เริ่มทำเหตุเกื้อกูลจากความพร้อมที่มี โดยไม่รอให้ความรู้สึกทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  9. ผ้าฝ้ายทอมือพับในหีบไม้เปิด ชวนทำเรื่องวันนี้ให้จบ บทที่ 144 ทำเรื่องวันนี้ให้จบ โดยไม่ขุดทุกเรื่องเก่ามาต่อ จัดการประเด็นของวันนี้ให้ชัด โดยไม่นำเรื่องเก่าทั้งหมดมารวมจนหาทางจบไม่ได้ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  10. ถ้วยดินสองใบต่างกันบนโต๊ะไม้ ชวนพบคนตรงหน้าอย่างเปิดใจ บทที่ 145 พบคนตรงหน้า ไม่ผ่านเงาของคนที่เคยรู้จัก ฟังคนที่กำลังพบตามข้อมูลของเขา โดยไม่ให้ประสบการณ์กับคนเก่าตัดสินแทนทั้งหมด ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)

05 · อยู่กับชีวิตที่เปลี่ยน

21

คลายความเป็นเราและของเรา

พิจารณากายใจตามเหตุปัจจัย พร้อมรับผิดชอบชีวิต

บทที่ 146–155
  1. เปลือกไม้เก่ากับยอดอ่อนใหม่ ชวนดูแลกายที่เปลี่ยนโดยไม่เกลียดตน บทที่ 146 เมื่อกายเปลี่ยน ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นความเกลียดตน รับความเปลี่ยนของกายตามเหตุ แล้วเลือกการดูแลที่เหมาะโดยไม่เพิ่มความเกลียดรูปลักษณ์ตน ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  2. ร่องน้ำอ้อมหินไปสู่ต้นไม้ ชวนดูแลเหตุปัจจัยแทนการสั่งความรู้สึก บทที่ 147 ความรู้สึกสั่งไม่ได้ แต่ดูแลเหตุที่เกี่ยวข้องได้ คลายการสั่งให้ความรู้สึกเปลี่ยนทันที แล้วหันไปดูเหตุที่พอเกื้อกูลได้ ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  3. ฝักบัวสองฝักแยกในลิ้นชักไม้ ชวนตรวจความจำโดยไม่ยึดว่าต้องถูก บทที่ 148 จำผิดได้ โดยไม่ต้องปกป้องภาพคนจำแม่น ตรวจความจำด้วยข้อมูลใหม่ โดยไม่ต้องรักษาภาพว่าตนเป็นคนจำถูกเสมอ ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  4. เงาเมฆเปลี่ยนบนแปลงนา ชวนเห็นความคิดที่เกิดตามเหตุปัจจัย บทที่ 149 วางตัวตนของคนที่ต้องคิดดีทุกนาที สังเกตความคิดที่เกิดโดยไม่ยึดภาพคนดีซึ่งต้องไม่มีความคิดที่ไม่ชอบเลย ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  5. ฟ่อนข้าวที่เก็บแล้วข้างพื้นที่เตรียมใหม่ ชวนไม่ยึดผลสำเร็จเป็นตัวตนถาวร บทที่ 150 ไม่ยึดความสำเร็จครั้งหนึ่งเป็นรูปถาวรของเรา ให้ความสำเร็จเป็นประสบการณ์และกำลังใจ โดยไม่ยึดให้มันนิยามทุกงานของเราในอนาคต ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  6. โอ่งเก่ามีรอยซ่อมและยังรองรับน้ำได้ ชวนเปลี่ยนแปลงโดยไม่ลบอดีต บทที่ 151 เป็นคนใหม่ได้ โดยไม่ลบคนที่เคยผิดพลาด เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรับผิดชอบ โดยไม่ต้องลบข้อผิดพลาดเดิมเพื่อยอมรับชีวิตปัจจุบัน ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  7. ป้ายไม้ไผ่เปล่าผูกด้วยด้ายฝ้าย ชวนไม่ขังใจไว้ในชื่อ บทที่ 152 ชื่อที่คนเรียก ไม่ต้องเป็นกรอบที่เราขังใจ ฟังชื่อและคำเรียกตามบริบท โดยไม่ให้มันเป็นกรอบที่กำหนดสิ่งที่เราจะฝึกได้ทั้งหมด ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  8. บานหน้าต่างสองบานเปิดต่างมุมสู่ลานเดียวกัน ชวนสื่อสารใหม่เมื่ออารมณ์เปลี่ยน บทที่ 153 เมื่ออารมณ์เปลี่ยน ความสัมพันธ์ยังคุยกันใหม่ได้ สื่อสารความเปลี่ยนของอารมณ์อย่างรับผิดชอบ โดยไม่ยึดคำจากช่วงหนึ่งเป็นคำตัดสินความสัมพันธ์ตลอดไป ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  9. กิ่งแข็งแรงได้รับไม้ค้ำขณะมีผลมาก ชวนยอมรับความช่วยเหลือ บทที่ 154 วางภาพคนเข้มแข็ง เพื่อขอความช่วยเหลือตามจริง วางภาพคนที่ต้องไหวทุกเรื่อง เพื่อบอกความต้องการและรับความช่วยเหลือตามเหตุจริง ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)
  10. สวนอ่อนที่ได้รับการดูแลใต้เมฆเปลี่ยนรูป ชวนรับผิดชอบพร้อมยอมรับเหตุปัจจัย บทที่ 155 ดูแลชีวิตอย่างรับผิดชอบ โดยไม่ยึดว่าควบคุมได้หมด ทำหน้าที่ต่อชีวิตตามเหตุที่อยู่ในมือ พร้อมยอมรับว่าผลทั้งหมดไม่ได้ขึ้นกับคำสั่งของเรา ปัญวัคคิยสูตร (SN22.59)

06 · คลายความยึดถือ

22

เห็นขันธ์ตามความเปลี่ยนแปลง

ใช้ภาพอุปมาเพื่อพิจารณาสิ่งที่ดูแน่นอนในประสบการณ์

บทที่ 156–165
  1. คราบจักจั่นบนเปลือกไม้ข้างหญ้าใหม่ ชวนเห็นกายตามความเปลี่ยนแปลง บทที่ 156 กายมีคุณค่าให้ดูแล แม้ไม่มีรูปเดิมให้ยึดตลอดไป เห็นกายเป็นสิ่งประกอบที่เปลี่ยน แล้วรักษาประโยชน์ในการดูแลโดยไม่ยึดภาพเดิมถาวร เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  2. ฟองเล็กในลำธารข้างหิน ชวนรู้สุขที่เกิดแล้วเปลี่ยนไป บทที่ 157 ความสุขเหมือนฟองน้ำ รู้ได้โดยไม่จับให้คงอยู่ รู้ความสุขที่เกิดช่วงสั้น แล้วไม่จับความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่ต้องมีตลอดเวลา เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  3. อากาศระยับเหนือทางทรายในสวน ชวนตรวจภาพจำก่อนยึดเป็นความจริงทั้งหมด บทที่ 158 ความทรงจำมีภาพ แต่ไม่ใช่หลักฐานทั้งหมด ใช้ความทรงจำเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูล แล้วตรวจรายละเอียดก่อนยึดเป็นหลักฐานทั้งหมด เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  4. ชั้นเส้นใยกาบกล้วย ชวนเห็นความตั้งใจที่อาศัยเหตุปัจจัย บทที่ 159 ความตั้งใจหนึ่งอย่าง เปลี่ยนได้เมื่อเห็นเหตุใหม่ ปรับความตั้งใจเมื่อพบเหตุใหม่ โดยไม่ต้องยึดแผนเดิมเป็นหลักฐานความมั่นคงของตน เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  5. ช่องมองเล็กในฉากไม้ไผ่เห็นสวนเพียงส่วนหนึ่ง ชวนไม่สรุปทั้งหมดจากการรับรู้ครั้งเดียว บทที่ 160 การรับรู้หนึ่งขณะ ไม่ต้องสรุปโลกทั้งใบ รู้ว่าการรับรู้แต่ละครั้งเห็นเพียงส่วนหนึ่ง แล้วเว้นพื้นที่ให้ข้อมูลที่ยังไม่ปรากฏ เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  6. ภาพสวนสะท้อนในแอ่งฝนที่มีระลอก ชวนไม่ยึดรูปที่เห็นเป็นตัวตนทั้งหมด บทที่ 161 คลายความจริงจังกับรูปถ่ายที่ไม่เหมือนใจ ใช้รูปถ่ายตามประโยชน์ของภาพ โดยไม่ยึดมุมหนึ่งเป็นคำตัดสินรูปลักษณ์และคุณค่าทั้งหมด เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  7. พุทราดิบและสุกบนกิ่งเดียวกัน ชวนรู้ความชอบที่เปลี่ยนตามเหตุ บทที่ 162 ความชอบเมื่อวาน เปลี่ยนวันนี้ได้โดยไม่ผิด ยอมรับความชอบที่เปลี่ยนตามเหตุ โดยไม่รู้สึกว่าต้องปกป้องคำชอบเก่าเพื่อเป็นคนสม่ำเสมอ เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  8. เส้นใบบนใบกล้วยมีชีวิตรับแสง ชวนเห็นส่วนประกอบโดยไม่ยึดเป็นตัวตน บทที่ 163 ไม่หลงภาพอันแข็งแรงของเรื่องที่ใจแต่ง ตรวจเรื่องที่ใจแต่งจากเหตุจริง เพื่อคลายความแน่นอนที่เกิดจากการคิดซ้ำหลายรอบ เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  9. เปลือกบางของหอมแยกเป็นชั้นบนหิน ชวนเห็นความคิดที่ประกอบขึ้น บทที่ 164 มองความคิดเป็นสิ่งประกอบ ไม่เป็นเจ้าของบ้านทั้งหลัง เห็นความคิดเป็นสิ่งประกอบในประสบการณ์ แล้วให้พื้นที่แก่กาย งาน และความสัมพันธ์ส่วนอื่นด้วย เผณปีณฑสูตร (SN22.95)
  10. ใบไม้ห้าชนิดบนเปลือกไม้ ชวนพิจารณากายใจหลายส่วนและเลือกการกระทำที่เกื้อกูล บทที่ 165 เห็นขันธ์เปลี่ยน แล้วกลับมาทำสิ่งเกื้อกูล พิจารณากายใจหลายส่วนตามความเปลี่ยน แล้วเลือกเหตุเกื้อกูลแทนการยึดคำสรุปตัวตนอย่างเดียว เผณปีณฑสูตร (SN22.95)

06 · คลายความยึดถือ

23

ใช้ธรรมและวิธีฝึกโดยไม่แบกแพ

รักษาประโยชน์ของหลักและปรับวิธีให้เหมาะกับเหตุ

บทที่ 166–175
  1. แพไม้ไผ่วางบนตลิ่งข้างทางเดิน ชวนใช้วิธีให้เหมาะแล้ววางเมื่อพ้นเหตุ บทที่ 166 วิธีที่เคยช่วย ไม่จำเป็นต้องแบกใช้ทุกสถานการณ์ ใช้วิธีตามประโยชน์ที่ช่วยในสถานการณ์นั้น แล้ววางเมื่อไม่ตรงกับเหตุใหม่ อลคัททูปมสูตร (MN22)
  2. ไม้เรียบกับรากที่มีรูปต่างจากแบบ ชวนไม่ใช้สูตรเดียวครอบทุกคน บทที่ 167 วางสูตรสำเร็จ เมื่อคนตรงหน้าต้องการการฟัง ฟังประสบการณ์ของคนตรงหน้าก่อนเสนอวิธี เพื่อคลายความติดในคำตอบสำเร็จของตน อลคัททูปมสูตร (MN22)
  3. ใบลานวางบนที่นั่งกกข้างสวน ชวนใช้หลักธรรมตรวจใจ บทที่ 168 ใช้คำสอนตรวจใจ ไม่ใช้เป็นอาวุธชนะคน ใช้หลักธรรมย้อนตรวจเจตนาและการกระทำของตน โดยไม่หยิบคำสอนขึ้นตัดสินเพื่อชนะคน อลคัททูปมสูตร (MN22)
  4. ใบลานกับไม้ชี้ทางข้างทางป่า ชวนใช้แผนอย่างยืดหยุ่น บทที่ 169 แผนที่ช่วยเดินทาง แต่ไม่ต้องสั่งทุกรอยก้าว ใช้แผนเป็นแนวทาง พร้อมดูข้อมูลตรงหน้าที่อาจทำให้ต้องปรับเส้นทาง อลคัททูปมสูตร (MN22)
  5. ไม้ปลูกสองรูปแบบข้างถ้วยเมล็ดดิน ชวนเลือกวิธีให้เหมาะเหตุ บทที่ 170 วางนิสัยแก้ปัญหาแบบเดิมที่เคยได้ผลครั้งหนึ่ง ตรวจลักษณะปัญหาใหม่ก่อนเลือกวิธีเก่า เพื่อคลายความมั่นใจที่ทำให้ไม่ยอมเรียนรู้ อลคัททูปมสูตร (MN22)
  6. ไม้เดินวางข้างปลายทางข้ามลำธาร ชวนพักหลังผ่านช่วงยาก บทที่ 171 เมื่อข้ามช่วงยากแล้ว ให้สิทธิ์ตนพักจากโหมดเอาตัวรอด ปรับจากจังหวะเอาตัวรอดสู่การดูแลปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อช่วงยากผ่านพ้นแล้ว อลคัททูปมสูตร (MN22)
  7. ม้านั่งเตี้ยกับเสื่อบางในมุมสงบ ชวนเลือกวิธีฝึกโดยไม่ติดชื่อ บทที่ 172 ไม่ผูกคุณค่าของตนไว้กับวิธีปฏิบัติชื่อเดียว เลือกวิธีฝึกจากความเข้าใจและผลเกื้อกูล โดยไม่ผูกคุณค่าตนกับชื่อรูปแบบเดียว อลคัททูปมสูตร (MN22)
  8. ต้นกล้าในถ้วยดินใต้ร่มไม้ไผ่ ชวนลองคำแนะนำตามเหตุแต่ละแห่ง บทที่ 173 คำแนะนำมีไว้ลอง ไม่ใช่ไว้บังคับทุกบ้าน นำคำแนะนำมาทดลองตามบริบทของแต่ละบ้าน โดยไม่บังคับความเหมาะของเราให้เป็นของทุกคน อลคัททูปมสูตร (MN22)
  9. กระสวยไม้ข้างกี่ไม้ไผ่และผ้าฝ้าย ชวนปรับเครื่องมืออย่างเปิดใจ บทที่ 174 วางความเก่งที่ทำให้ไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องมือ ยอมเปลี่ยนเครื่องมือเมื่อมีวิธีเหมาะกว่า โดยไม่ถือความชำนาญเดิมเป็นสิ่งที่ต้องปกป้อง อลคัททูปมสูตร (MN22)
  10. ไม้พยุงผูกหลวมให้ต้นไม้เติบโต ชวนรักษาหลักพร้อมปรับรูปแบบ บทที่ 175 รักษาหลักที่เกื้อกูล โดยไม่แข็งกับรูปแบบภายนอก รักษาหลักที่ลดการเบียดเบียน พร้อมปรับรูปแบบภายนอกให้เหมาะกับเหตุและคน อลคัททูปมสูตร (MN22)

06 · คลายความยึดถือ

24

วางโทสะเมื่อถ้อยคำกระทบ

พูด ฟัง และตั้งขอบเขตด้วยใจไม่มุ่งทำร้าย

บทที่ 176–185
  1. มอสอ่อนข้างหินขรุขระ ชวนรับคำกระทบโดยไม่เพิ่มความแข็ง บทที่ 176 ฟังคำแข็ง โดยไม่เพิ่มคำแข็งอีกชั้น รับฟังสาระของคำที่แข็ง แล้วเลือกตอบโดยไม่เพิ่มความรุนแรงตามน้ำเสียงที่กระทบ กกจูปมสูตร (MN21)
  2. ฉากไม้บังลมให้ต้นอ่อน ชวนเว้นจังหวะก่อนตอบขณะใจร้อน บทที่ 177 ไม่ตอบทันที เมื่อเสียงในใจยังดังเกินคำจริง เว้นจังหวะเมื่อใจร้อน เพื่อไม่ให้ความคิดที่ดังกลบข้อมูลและสร้างคำที่ต้องมาแก้ภายหลัง กกจูปมสูตร (MN21)
  3. หลักสวนตรงข้างเถาที่โค้ง ชวนท้วงอย่างชัดเจนและอ่อนโยน บทที่ 178 ท้วงความไม่ถูกต้องได้ด้วยใจไม่มุ่งทำร้าย กล่าวท้วงสิ่งที่ไม่ถูกตามหลักฐาน โดยรักษาเจตนาให้แก้เหตุและไม่มุ่งทำให้ใครเจ็บ กกจูปมสูตร (MN21)
  4. ธรณีประตูว่างระหว่างลานสองฝั่ง ชวนจบบทสนทนาอย่างมีพื้นที่ บทที่ 179 ไม่ใช้คำสุดท้าย เพื่อชนะบทสนทนาที่ควรจบ ยอมจบการคุยเมื่อสาระครบแล้ว โดยไม่ใช้คำสุดท้ายรักษาภาพว่าตนเป็นผู้ชนะ กกจูปมสูตร (MN21)
  5. ดอกตูมกับดอกเริ่มบาน ชวนพิจารณาจังหวะก่อนกล่าวความจริง บทที่ 180 คำจริงที่ผิดเวลา ยังเลือกพูดใหม่ได้ พิจารณาทั้งความจริง ประโยชน์ และจังหวะของคำพูด เพื่อไม่ให้ความถูกใช้กลบผลที่เกิด กกจูปมสูตร (MN21)
  6. เหยือกกับแก้วว่างสองใบ ชวนกลับมาคุยด้วยท่าทีใหม่ บทที่ 181 วางน้ำเสียงเดิม เมื่อกลับมาคุยเรื่องที่ค้าง กลับมาคุยเรื่องค้างด้วยข้อมูลและท่าทีใหม่ โดยไม่ยกน้ำเสียงเดิมมาเริ่มรอบใหม่ทุกครั้ง กกจูปมสูตร (MN21)
  7. ใบอ่อนใต้ใบแก่ที่ช่วยบัง ชวนไม่นำคำเสียดสีมาทำร้ายตน บทที่ 182 ไม่รับคำเสียดสีมาเป็นภาษาที่ใช้กับตน ไม่ยืมคำเสียดสีของผู้อื่นมาใช้ลงโทษตน และแยกบทเรียนจริงจากการดูหมิ่น กกจูปมสูตร (MN21)
  8. ยอดเฟิร์นกำลังคลายวง ชวนฟังเรื่องให้ครบก่อนตัดสิน บทที่ 183 ให้อีกคนพูดจบ ก่อนใจตัดสินเรื่องทั้งหมด ฟังรายละเอียดให้ครบพอ ก่อนให้ใจตัดสินจากประโยคแรกที่กระทบความรู้สึก กกจูปมสูตร (MN21)
  9. กระดาษสากับไม้ไผ่บนผ้าฝ้าย ชวนบันทึกข้อเท็จจริงอย่างสงบ บทที่ 184 วางความโกรธได้ โดยยังบันทึกข้อเท็จจริง เก็บข้อเท็จจริงที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา โดยไม่ใช้การทบทวนเป็นวิธีเลี้ยงความโกรธต่อเนื่อง กกจูปมสูตร (MN21)
  10. ถ้วยดินกับหูถ้วยที่แยกวางรอซ่อม ชวนกลับมาซ่อมความสัมพันธ์หลังคำกระทบ บทที่ 185 หลังทะเลาะ ไม่ต้องให้ความอายขวางคำขอโทษ ขอโทษต่อคำและการกระทำที่ผิด โดยไม่ให้ความอายบังคับให้รักษาหน้าเหนือการซ่อมเหตุ กกจูปมสูตร (MN21)

06 · คลายความยึดถือ

25

เมตตาโดยไม่จำกัดความคุ้นเคย

ให้ความปรารถนาดีมีทางออกเป็นการกระทำที่เหมาะสม

บทที่ 186–195
  1. ร่มใบตาลบนโครงไม้ไผ่เหนือแปลงผัก ชวนเมตตาคนที่ไม่สนิท บทที่ 186 ปรารถนาดีให้คนที่เราไม่ได้สนิท ให้ความปรารถนาดีมีพื้นที่แก่คนที่ไม่คุ้น โดยไม่ต้องรู้จักส่วนตัวจึงเริ่มไม่เบียดเบียน พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  2. ข้าวสองชนิดในถาดไม้ไผ่เดียวกัน ชวนช่วยเหลือก่อนแบ่งฝ่าย บทที่ 187 วางการแบ่งคนเป็นฝ่าย ก่อนเริ่มการช่วยเหลือ พิจารณาความจำเป็นของการช่วยก่อนแบ่งฝ่าย เพื่อไม่ให้ความต่างปิดใจต่อความทุกข์จริง พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  3. รั้วเตี้ยให้พื้นที่ปลอดภัยแก่ต้นอ่อน ชวนเมตตาพร้อมระยะที่เหมาะ บทที่ 188 เมตตาในระยะห่างที่ยังปลอดภัย รักษาความปรารถนาดีพร้อมขอบเขตที่ปลอดภัย โดยไม่บังคับให้เมตตาต้องใกล้ชิดทุกครั้ง พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  4. ถ้วยน้ำสำหรับนกใต้กิ่งไม้ ชวนเลือกความปรารถนาดีแทนการรอผู้อื่นทุกข์ บทที่ 189 ไม่หวังให้ความทุกข์ของคนอื่นพิสูจน์ว่าเราถูก คลายความอยากเห็นคนอื่นล้มเหลวเพื่อยืนยันความถูก แล้วหันไปดูผลที่ลดการเบียดเบียนได้ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  5. ดอกเล็กที่ขอบแปลงกว้าง ชวนเริ่มเมตตาจากพื้นที่ที่ใจทำได้ บทที่ 190 เริ่มความปรารถนาดีจากคนที่ใจยังพอรับได้ เริ่มฝึกความปรารถนาดีจากขนาดที่ใจทำได้ แล้วค่อยขยายโดยไม่ใช้เมตตาเป็นงานสอบตน พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  6. ขอบชามไม้ที่บิ่นได้รับการขัดให้ปลอดภัย ชวนเห็นความพลาดโดยไม่ดูหมิ่น บทที่ 191 ไม่เปลี่ยนความผิดพลาดของคนอื่นให้เป็นความดูหมิ่น แยกความพลาดที่ต้องแก้จากคำดูหมิ่น เพื่อรักษาทั้งความรับผิดชอบและความเคารพคน พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  7. ดอกไม้เล็กไหลไปตามร่องน้ำ ชวนปรารถนาดีโดยไม่เรียกกลับ บทที่ 192 ขอให้เขาเป็นสุข แม้ไม่ได้กลับมาในชีวิตเรา ปรารถนาให้คนที่จากไปดำเนินชีวิตได้ดี โดยไม่ผูกความสุขของเขากับการต้องกลับมาหาเรา พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  8. ถุงผ้านุ่มรองรับช่อเมล็ดเปราะบาง ชวนพูดกับตนอย่างอ่อนโยน บทที่ 193 ความอ่อนโยนต่อตน เริ่มจากเลิกซ้ำคำหยาบในใจ ใช้ภาษาในใจที่ตรงกับสิ่งต้องแก้และไม่หยาบ เพื่อให้การพัฒนาตนไม่กลายเป็นการทำร้ายซ้ำ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  9. รอยเท้าเล็กบนดินชื้น ชวนคำนึงถึงชีวิตแม้ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด บทที่ 194 เมตตาโดยไม่ต้องรู้เรื่องราวของทุกคน คำนึงถึงชีวิตที่ไม่รู้จักผ่านการไม่รบกวน โดยไม่ต้องมีเรื่องราวครบจึงเริ่มปรารถนาดี พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  10. น้ำจากปล้องไผ่ไหลสู่ดินสวน ชวนให้ความเกื้อกูลโดยไม่ถือเป็นเจ้าของ บทที่ 195 วางความเป็นเจ้าของน้ำใจที่เราให้ ให้น้ำใจเป็นการเกื้อกูลที่ส่งต่อได้ โดยไม่ถือว่าผู้รับต้องรักษาบทบาทของเราไว้เสมอ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)

06 · คลายความยึดถือ

26

พิจารณาความเชื่อจากผลที่เกื้อกูล

ตรวจเหตุ ข้อมูล และผลต่อการเบียดเบียนก่อนยึดความเห็น

บทที่ 196–205
  1. หยดน้ำขยายเส้นใบบนใบไม้ ชวนตรวจเหตุผลก่อนเชื่อข่าว บทที่ 196 ก่อนเชื่อข่าวที่ทำให้กลัว ให้ดูเหตุและผล ตรวจแหล่งข้อมูลและผลที่เกี่ยวข้องก่อนเชื่อข่าวกระตุ้นความกลัว เพื่อไม่ให้ความตื่นเป็นผู้ตัดสินแทน เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  2. ตะกอนค่อย ๆ ตกในถ้วยดิน ชวนรอข้อมูลก่อนมั่นใจ บทที่ 197 วางความมั่นใจที่ยังไม่มีข้อมูลพอ เว้นความมั่นใจไว้ตามขนาดข้อมูล เพื่อให้การตัดสินใจไม่ต้องปกป้องข้อสรุปที่ตั้งเร็วเกินไป เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  3. กระบวยไม้ไผ่กับกระถางสมุนไพรสองใบ ชวนดูว่าคำแนะนำเกื้อกูลหรือไม่ บทที่ 198 คำแนะนำจากคนเก่ง ยังควรดูว่าเกื้อกูลหรือไม่ รับฟังผู้มีความรู้ พร้อมพิจารณาความเหมาะและผลจริงของคำแนะนำในบริบทตน เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  4. กระบอกไม้ไผ่ปิดข้างเฟิร์น ชวนพักการส่งต่อเรื่องที่ยังไม่ตรวจ บทที่ 199 ไม่แชร์ความโกรธ ก่อนรู้ว่าเรื่องนั้นจริงแค่ไหน พักการส่งต่อเรื่องที่ทำให้โกรธจนตรวจความจริงและผลที่จะเกิดได้พอ เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  5. กิ่งหนามถูกวางพ้นทางเดิน ชวนละท่าทีที่เพิ่มการเบียดเบียน บทที่ 200 วางความเชื่อที่ทำให้เราเบียดเบียนคนอื่น ทบทวนความเชื่อที่อนุญาตให้ดูหมิ่นหรือทำร้ายคน แล้วเลือกเหตุที่ลดการเบียดเบียนจริง เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  6. หินผิวต่างกันในน้ำใส ชวนพิจารณามากกว่าความถูกใจภายนอก บทที่ 201 ไม่ตัดสินหลักธรรมจากความถูกใจเพียงอย่างเดียว ศึกษาความหมายและผลของหลักธรรม โดยไม่ตัดสินจากความสบายใจหรือความชอบทันทีเพียงอย่างเดียว เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  7. ฉากไม้ไผ่เลื่อนให้ต้นไม้ได้รับแสง ชวนแก้ความเห็นตามผลที่พบ บทที่ 202 ยอมแก้ความเห็น เมื่อพบผลที่ไม่เกื้อกูล ยอมแก้ความเห็นเมื่อเห็นผลที่ไม่เกื้อกูล เพื่อให้ความรับผิดชอบมีน้ำหนักกว่าการรักษาคำเดิม เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  8. ฝักเปิดบางส่วนเผยเมล็ดให้เห็น ชวนเรียนรู้โดยไม่เร่งให้แน่ใจทุกเรื่อง บทที่ 203 ความไม่แน่ใจไม่ใช่ศัตรูของการเรียนรู้ ใช้ความไม่แน่ใจเป็นจุดเริ่มถามและศึกษา โดยไม่เร่งสร้างคำตอบเพื่อให้ดูเป็นผู้รู้ เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  9. ร่องน้ำเล็กนำความชื้นสู่หญ้า ชวนเลือกเหตุที่ทำให้ชีวิตเกื้อกูล บทที่ 204 เลือกสิ่งที่ลดโลภ โกรธ หลง ในเหตุเล็กวันนี้ ดูแรงโลภ โกรธ และหลงในการเลือกเล็ก แล้วทำเหตุที่ลดการเบียดเบียนตามข้อมูลจริง เกสปุตตสูตร (AN3.65)
  10. กลอนประตูเปิดสู่ทางเดินร่วม ชวนดูผลของความเห็นต่อการอยู่ร่วมกัน บทที่ 205 วางคำว่าฉันถูก แล้วดูว่าชีวิตเบียดเบียนน้อยลงไหม พิจารณาความเห็นจากผลต่อการอยู่ร่วมกัน โดยวางความต้องการพิสูจน์ว่าตนถูกไว้บ้าง เกสปุตตสูตร (AN3.65)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

27

รู้เวทนาแล้วคลายการซ้ำเติม

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 206–215
  1. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 206 ความเจ็บมีอยู่ แต่คำซ้ำเติมไม่ต้องเพิ่ม เมื่อกายเจ็บ ใจอาจเติมว่าชีวิตเสียทั้งหมดหรือเราต้องไม่เจ็บเช่นนี้ จนความไม่สบายขยายเป็นเรื่องใหญ่ สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  2. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 207 ไม่สบายวันนี้ไม่ต้องเป็นคำพยากรณ์ตลอดไป อาการวันหนึ่งทำให้ใจคาดอนาคตยาวโดยยังไม่มีข้อมูลครบ สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  3. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 208 ความผิดหวังไม่ต้องมีคำว่าเราไร้ค่า ผลไม่ตรงหวังทำให้เจ็บใจอยู่แล้ว แต่เรากลับเพิ่มคำตัดสินว่าตนไม่มีความสามารถทั้งหมด สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  4. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 209 เบื่อได้โดยไม่รีบหาเรื่องหนีทุกครั้ง ความรู้สึกเฉยหรือเบื่อทำให้เราอยากเติมสิ่งใหม่ทันที จนไม่เคยรู้แรงอยากที่เกิดตาม สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  5. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 210 สุขแล้วไม่ต้องรีบจับให้เหมือนเดิม ช่วงสบายผ่านไป ใจกลับทุกข์เพราะอยากให้ความรู้สึกนั้นกลับมาตลอด สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  6. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 211 ฟังความไม่สบายโดยไม่ต่อสู้ทุกวินาที สัมผัสเล็กที่รบกวนทำให้ใจเฝ้าผลักออกจนเหนื่อยกว่าสิ่งที่พบ สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  7. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 212 อารมณ์เปลี่ยนไม่ต้องเปลี่ยนความเคารพตน เช้าใจดี บ่ายใจหนัก เราจึงคิดว่าความสงบเมื่อเช้าคงไม่จริง สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  8. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 213 ไม่ทำให้คนเจ็บต้องรับความผิดเพิ่ม เห็นคนใกล้ตัวป่วยแล้วเผลอบอกว่าเพราะเขาคิดมากหรือปฏิบัติไม่พอ สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  9. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 214 วางคำถามว่าทำไมต้องเป็นฉันสักช่วง เรื่องไม่สบายเกิดแล้วใจถามซ้ำจนไม่เหลือแรงทำขั้นที่ช่วยได้ สัลลัตถสูตร (SN36.6)
  10. บัวสายสีขาวท่ามกลางใบลอยน้ำ บทที่ 215 จบวันที่หนักโดยไม่พิพากษาว่าฝึกไม่ได้ วันที่มีทุกข์มากทำให้คิดว่าการปฏิบัติไม่ช่วยอะไร เพราะยังรู้สึกเจ็บหรือเศร้า สัลลัตถสูตร (SN36.6)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

28

วางวันเก่าและวันข้างหน้า

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 216–225
  1. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 216 อดีตให้บทเรียนได้โดยไม่เป็นที่อยู่ของใจ ทบทวนเหตุเก่าเพื่อเรียนรู้ แต่เผลอวนจนเหมือนต้องกลับไปแก้สิ่งที่จบแล้ว ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  2. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 217 แผนอนาคตมีที่อยู่แต่ไม่ต้องอยู่ทุกนาที วางแผนแล้วใจยังซ้อมผลหลายทางจนไม่มีเวลาให้คนตรงหน้า ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  3. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 218 วันนี้ไม่ใช่ห้องลงโทษของเมื่อวาน รู้สึกผิดกับเหตุเก่าแล้วไม่ยอมรับสิ่งดีที่เกิด เพราะคิดว่าตนยังไม่ควรสบายใจ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  4. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 219 ไม่ต้องรอวันสมบูรณ์จึงทำความดี คิดว่าจะเริ่มฝึกหรือช่วยใครเมื่อเรื่องค้างหมด จึงเลื่อนสิ่งเกื้อกูลออกไปเรื่อย ๆ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  5. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 220 มองคนวันนี้โดยไม่ขังไว้ในภาพเก่า จำความผิดของคนหนึ่งจนไม่เห็นสิ่งที่เขากำลังปรับ แม้ข้อมูลปัจจุบันเปลี่ยนแล้ว ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  6. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 221 รับวันธรรมดาโดยไม่รอให้กลายเป็นเรื่องเล่า ใช้ชีวิตแล้วคิดตลอดว่าวันนี้จะมีอะไรน่าจดจำ จนไม่ใส่ใจกิจจริงที่กำลังเกิด ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  7. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 222 ก้าวหน้าจากวันนี้โดยไม่ลบทางที่ผ่านมา อยากเริ่มใหม่จึงบอกว่าชีวิตเก่าทั้งหมดไม่มีค่า แล้วรู้สึกเหมือนต้องสร้างตนจากศูนย์ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  8. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 223 ไม่ซ้อมความสูญเสียเพื่อรับรองว่าจะทนได้ กลัววันพรากจากจึงคิดภาพเศร้าซ้ำ แม้คนรักยังอยู่และต้องการการใส่ใจวันนี้ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  9. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 224 ปัจจุบันไม่ใช่ข้ออ้างให้ละหน้าที่วันหน้า ได้ยินให้อยู่กับวันนี้แล้วคิดว่าไม่จำเป็นต้องวางแผนหรือดูผลของการกระทำ ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)
  10. สันทรายและกิ่งไม้ริมแม่น้ำในแสงอ่อน บทที่ 225 หนึ่งช่วงที่อยู่จริงมีค่ากว่าวันที่คิดว่าควรอยู่ ตั้งใจจะมีสติทั้งวันแล้วพอเผลอก็หมดกำลัง มองว่าวันนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ภัทเทกรัตตสูตร (MN131)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

29

รู้กายใจโดยไม่ยึดครอง

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 226–235
  1. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 226 รู้กายโดยไม่ทำกายให้เป็นข้อสอบ ตั้งใจสังเกตท่านั่งแล้วเฝ้าจับผิดทุกการขยับ จนการฝึกเต็มด้วยความตึง สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  2. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 227 รู้ว่าใจฟุ้งก็ไม่ต้องฟุ้งกับคำตำหนิ พบความคิดระหว่างฝึกแล้วรีบตัดสินว่าตนไม่มีสมาธิ จนคิดเรื่องความล้มเหลวต่ออีกชั้น สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  3. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 228 นั่งรู้ความรู้สึกโดยไม่เร่งให้เปลี่ยน รู้สึกหนักแล้วคอยดูว่ามันเบาหรือยัง จนการสังเกตกลายเป็นการบังคับผล สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  4. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 229 การเดินธรรมดาก็เป็นประตูรู้ตัว รอเวลาว่างนั่งฝึกแต่มีหน้าที่มาก จึงคิดว่าทั้งวันไม่มีที่ให้สติ สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  5. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 230 รู้เจตนาก่อนหยิบสิ่งที่ดึงใจ มือเอื้อมหยิบโดยยังไม่รู้ว่าต้องการใช้หรือเพียงหนีความเบื่อ สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  6. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 231 รู้ใจโกรธโดยไม่ประกาศว่าตนเป็นคนโกรธ อารมณ์ร้อนเกิดขึ้นแล้วกลัวว่าฝึกมาทั้งหมดไร้ผล จึงซ่อนหรือระบายมันเร็ว สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  7. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 232 ทำกิจทีละอย่างโดยไม่ต้องห้ามความคิด ขณะล้างของใจคิดเรื่องงาน แล้วตำหนิตนว่าควรมีสติสมบูรณ์ทุกวินาที สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  8. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 233 ดูความชอบและไม่ชอบก่อนเลือกท่าที พบสิ่งถูกใจหรือขัดใจแล้วการตอบสนองเกิดเร็ว จนเราคิดว่าไม่มีทางเลือก สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  9. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 234 รู้กายช่วงสั้นโดยไม่พยายามเป็นเจ้าของความสงบ ฝึกแล้วสบายจึงอยากเก็บสภาพนั้นไว้จนกลัวทุกเสียงหรือการขยับ สติปัฏฐานสูตร (MN10)
  10. เสื่อสานพื้นบ้านใต้ร่มไม้และกอไผ่ บทที่ 235 จบช่วงฝึกแล้วไม่จบความใส่ใจ ลุกจากที่ฝึกแล้วรีบกลับนิสัยเดิม รู้สึกว่าสติมีที่อยู่เฉพาะตอนนั่ง สติปัฏฐานสูตร (MN10)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

30

วางความคิดที่เบียดเบียน

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 236–245
  1. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 236 ดูว่าความคิดพาไปไหนก่อนตามต่อ ความคิดหนึ่งดูมีเหตุผล แต่เมื่อคิดต่อกลับเพิ่มโกรธและอยากให้คนอื่นเจ็บ เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  2. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 237 วางบทสนทนาจำลองที่มีแต่ผู้แพ้ ซ้อมเถียงในใจจนสร้างประโยคแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่การคุยจริงยังไม่เกิด เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  3. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 238 ความคิดห่วงไม่ต้องกลายเป็นความคิดควบคุม ห่วงคนใกล้ตัวจนวางทุกทางเลือกแทนเขา แล้วโกรธเมื่อเขาไม่ทำตาม เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  4. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 239 คิดแก้ปัญหาแล้วมีจุดกลับสู่การทำ ทบทวนปัญหาหลายรอบแต่ไม่มีข้อมูลใหม่และไม่มีขั้นลงมือ จนความคิดดูเป็นงานที่ไม่มีจบ เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  5. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 240 ไม่เลี้ยงคำดูถูกตนเพราะเรียกว่าความจริง วิจารณ์ตนแรงแล้วอ้างว่าช่วยให้พัฒนา แต่กลับหมดแรงและไม่กล้าเรียนรู้ เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  6. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 241 ให้ความคิดเมตตามีทางออกเป็นการกระทำ คิดอยากช่วยหลายเรื่องแต่ไม่เริ่ม เพราะมองว่าความช่วยเล็กคงไม่มีความหมาย เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  7. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 242 คิดก่อนพูดโดยไม่คิดเพื่อชนะอย่างเดียว เตรียมคำตอบเก่งมากแต่ไม่เคยถามว่าจะทำให้เรื่องดีขึ้นหรือผู้ฟังเข้าใจอะไร เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  8. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 243 อย่าฝึกความระแวงด้วยเรื่องที่แต่งเพิ่ม อีกฝ่ายเงียบไปแล้วใจสร้างเหตุร้ายหลายแบบ จนเริ่มปฏิบัติต่อเขาเหมือนข้อคาดเป็นจริง เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  9. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 244 เปลี่ยนเรื่องคิดโดยไม่ปฏิเสธปัญหา กลัวว่าหากหยุดคิดจะกลายเป็นไม่รับผิด จึงคงความกังวลไว้ตลอดวัน เทวธาวิตักกสูตร (MN19)
  10. แอ่งน้ำใสกับเงาสะท้อนในธรรมชาติ บทที่ 245 เห็นนิสัยคิดที่ฝึกซ้ำได้โดยไม่โทษอดีต พบว่าใจกลับสู่คำโกรธหรือกลัวเดิมง่าย จึงเชื่อว่าตนไม่มีทางเปลี่ยน เทวธาวิตักกสูตร (MN19)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

31

เพียรแล้ววางความเร่งร้อน

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 246–255
  1. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 246 เพียรด้วยการลดเหตุที่พาใจหลง อยากมีสมาธิแต่ยังเปิดช่องสิ่งรบกวนทุกทาง แล้วตำหนิว่าตนใจไม่แข็งพอ ปธานสูตร (AN4.13)
  2. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 247 หยุดสิ่งที่ไม่เกื้อกูลได้ตั้งแต่รู้ตัว เผลอโต้ตอบแรงไปแล้วคิดว่าพังแล้วจึงพูดต่อให้สุด ปธานสูตร (AN4.13)
  3. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 248 สร้างเหตุเล็กของสิ่งดีที่ยังไม่มี อยากเป็นคนฟังดีแต่รอให้ใจสงบเอง จึงกลับแทรกคำทุกครั้ง ปธานสูตร (AN4.13)
  4. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 249 รักษาสิ่งดีโดยรักษาเงื่อนไขที่ช่วยมัน เคยฝึกต่อเนื่องแต่พอตารางเปลี่ยนยังยึดเวลาเดิมจนทำไม่ได้ ปธานสูตร (AN4.13)
  5. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 250 ไม่ใช้ความเพียรเป็นคำสั่งให้ฝืนทุกอย่าง ล้าจนทำผิดง่ายแต่ยังทำต่อเพราะกลัวว่าพักเท่ากับขี้เกียจ ปธานสูตร (AN4.13)
  6. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 251 เพียรไม่เอาคืนในโอกาสเล็ก ถูกขัดใจเล็กน้อยแล้วอยากตอบประชด แต่คิดว่าเรื่องเท่านี้ไม่เกี่ยวกับการฝึก ปธานสูตร (AN4.13)
  7. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 252 เริ่มใหม่โดยไม่สร้างโทษให้การสะดุด ขาดการฝึกแล้วเพิ่มข้อบังคับหนักกว่าเดิมเพื่อชดใช้ จนไม่กล้ากลับมา ปธานสูตร (AN4.13)
  8. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 253 เลือกดีหนึ่งอย่างแทนตั้งใจดีทุกอย่างพร้อมกัน มีแรงบันดาลใจแล้วตั้งข้อฝึกหลายข้อจนวันจริงทำไม่ไหว ปธานสูตร (AN4.13)
  9. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 254 รักษาเจตนาดีในวันที่ไม่มีคำชม ทำสิ่งเกื้อกูลเงียบ ๆ แล้วอยากหยุดเพราะไม่มีใครเห็น ปธานสูตร (AN4.13)
  10. กระบวยไม้ข้างโอ่งดินเผาในสวนผัก บทที่ 255 ความเพียรมีทิศไม่ต้องมีความเร่งตลอด รีบพัฒนาตนจนมองทุกช่วงพักเป็นความช้า และเริ่มทำร้ายความสัมพันธ์ ปธานสูตร (AN4.13)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

32

เมตตาโดยไม่ยึดให้เป็นดังใจ

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 256–265
  1. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 256 ปรารถนาดีโดยไม่กำหนดให้เขาตอบเหมือนเรา แสดงน้ำใจแล้วไม่ได้รับท่าทีที่หวัง จึงรู้สึกว่าความเมตตาถูกปฏิเสธ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  2. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 257 อ่อนโยนได้โดยยังพูดเรื่องยาก กลัวทำให้อีกคนเสียใจจึงไม่บอกปัญหา จนสะสมผลกระทบมากขึ้น พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  3. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 258 ไม่ดูถูกตนเพื่อพิสูจน์ความถ่อมตน เมื่อได้รับคำชม เรารีบกล่าวว่าตนไม่เก่งหรือไม่มีค่า จนความอ่อนน้อมกลายเป็นการทำร้ายตัวเอง พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  4. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 259 ยอมรับข้อจำกัดโดยไม่เป็นภาระจากคำรับปาก อยากช่วยทุกคนจึงรับงานเกินกำลัง แล้วคนอื่นต้องมารับผลจากงานที่ไม่ทัน พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  5. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 260 เมตตาต่อผู้เห็นต่างโดยไม่ยอมตามทุกข้อ กลัวว่าถ้าไม่เห็นด้วยแปลว่าไม่มีเมตตา จึงเงียบทั้งที่มีข้อมูลสำคัญ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  6. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 261 คิดถึงผู้ที่ไม่ถูกใจโดยไม่ซ้อมแก้แค้น นึกถึงคนที่ทำให้เจ็บแล้วใจสร้างภาพให้เขาได้รับทุกข์คืน พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  7. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 262 ความปรารถนาดีครอบคลุมชีวิตที่ไม่เห็นด้วย เรามีน้ำใจกับผู้ที่คล้ายตน แต่พร้อมดูถูกคนอีกกลุ่มจากป้ายชื่อ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  8. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 263 ใช้ชีวิตเรียบง่ายโดยไม่ดูถูกชีวิตผู้อื่น ลดสิ่งของแล้วเริ่มมองคนที่มีมากกว่าว่าไม่รู้จักธรรมะ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  9. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 264 เมตตาต่อสัตว์เริ่มจากไม่สร้างความเดือดร้อน อยากช่วยชีวิตรอบตัวแต่ยังเลือกวิธีจากความรู้สึกโดยไม่ดูผลต่อสัตว์และพื้นที่ พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)
  10. ดอกไม้สีเหลืองบนแผ่นไม้ในบรรยากาศชนบท บทที่ 265 ไม่ต้องรอใจรักทุกคนก่อนเว้นการทำร้าย ยังไม่ชอบคนหนึ่งจึงคิดว่าการฝึกเมตตาทำไม่ได้และหยุดทั้งหมด พระสูตรว่าด้วยเมตตา (SNP1.8)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

33

วางใจในได้เสียและคำคน

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 266–275
  1. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 266 ได้มากขึ้นโดยไม่ผูกใจไว้กับการเพิ่มตลอด เมื่อรายรับหรือโอกาสดีขึ้น เรากลับกลัวลดลงจนไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  2. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 267 เสียโอกาสหนึ่งโดยไม่เสียความเคารพตน ไม่ได้รับเลือกแล้วรู้สึกว่าตนหมดที่ยืน ทั้งที่ผลขึ้นกับหลายเงื่อนไข โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  3. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 268 ตำแหน่งเปลี่ยนแต่การกระทำดียังเลือกได้ บทบาทลดลงแล้วคิดว่าความสามารถและคุณประโยชน์ทั้งหมดหายตาม โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  4. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 269 รับคำชมโดยไม่ฝากสิทธิ์สงบไว้ที่ผู้ชม วันหนึ่งได้รับการยกย่อง อีกวันไม่มีเสียงตอบรับ ใจจึงขึ้นลงรุนแรง โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  5. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 270 คำติผ่านเข้ามาแล้วใช้เท่าที่เป็นประโยชน์ ได้ยินคำไม่พอใจแล้วรับทุกส่วนเป็นความจริงเกี่ยวกับตน จนหมดแรงทำหน้าที่ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  6. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 271 วันที่สุขไม่ต้องดูแคลนวันที่ทุกข์ เมื่อสบายขึ้น เราลืมข้อจำกัดและมองคนที่ยังทุกข์ว่าอ่อนแอ โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  7. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 272 วันที่ทุกข์ไม่ต้องลบวันที่ดีทั้งหมด ช่วงหนักทำให้ใจสรุปว่าชีวิตไม่เคยมีสิ่งเกื้อกูลและจะไม่มีอีก โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  8. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 273 อยู่ในสายตาคนโดยไม่ใช้สายตานั้นแทนใจตน สังเกตปฏิกิริยาผู้คนตลอดจนทุกการกระทำมุ่งรักษาความนิยม โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  9. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 274 เตรียมรับความเปลี่ยนโดยไม่ซ้อมทุกข์ล่วงหน้า รู้ว่าได้เสียเปลี่ยนได้แล้วใจพยายามคิดภาพร้ายเพื่อไม่ให้ประมาท โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)
  10. กอไผ่สูงเหนือหญ้าริมฝั่งน้ำ บทที่ 275 โลกธรรมหมุนแต่หน้าที่วันนี้ยังเลือกได้ ผลภายนอกหลายเรื่องผันผวนจนรู้สึกว่าตนไม่มีอำนาจทำอะไรเลย โลกวิปัตติสูตร (AN8.6)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

34

เห็นความเปลี่ยนแปลงแล้วเบาลง

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 276–285
  1. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 276 ระลึกความแก่เพื่อดูแล ไม่ใช่เพื่อกลัว คิดถึงวัยที่เพิ่มแล้วกังวลกับภาพเสื่อมจนไม่อยากมองความจำเป็นจริง ฐานสูตร (AN5.57)
  2. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 277 ระลึกความเจ็บเพื่อไม่ทอดทิ้งกาย เมื่อแข็งแรงเรามองข้ามพักและสัญญาณกาย จนคิดว่าทำได้เช่นนี้ตลอด ฐานสูตร (AN5.57)
  3. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 278 ระลึกความตายเพื่อพูดสิ่งสำคัญให้ทัน ผัดคำขอบคุณหรือการปรับความเข้าใจไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่ายังมีเวลาเสมอ ฐานสูตร (AN5.57)
  4. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 279 ของรักเปลี่ยนได้โดยไม่ลบคุณค่าที่เคยให้ สิ่งของสำคัญชำรุดแล้วใจรู้สึกว่าความทรงจำทั้งหมดเสียตามไป ฐานสูตร (AN5.57)
  5. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 280 รักคนโดยไม่ถือว่าชีวิตเขาเป็นของเรา ห่วงมากจนคิดว่าควรกำหนดทุกทางเลือกให้เขา เพราะกลัววันหนึ่งจะผิดหวัง ฐานสูตร (AN5.57)
  6. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 281 รับผิดการกระทำโดยไม่รับผิดเหนือเหตุทั้งหมด เมื่อผลไม่ดี เราเหมารวมว่าตนเป็นต้นเหตุทุกอย่าง แม้หลายปัจจัยอยู่นอกมือ ฐานสูตร (AN5.57)
  7. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 282 ระลึกธรรมดาโดยไม่กล่าวโทษผู้ป่วย ได้ยินเรื่องกรรมแล้วรีบสรุปว่าความเจ็บของใครเกิดเพราะเขาทำไม่ดี ฐานสูตร (AN5.57)
  8. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 283 สิ่งที่รักษาไม่ได้ทุกอย่างยังดูแลได้บางส่วน เห็นความเปลี่ยนของคนหรือสถานที่แล้วรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์จะทำอะไร ฐานสูตร (AN5.57)
  9. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 284 อย่ารอสูญเสียจึงยอมเห็นน้ำใจ คุ้นกับการช่วยจากคนใกล้ตัวจนมองไม่เห็น และเลื่อนคำขอบคุณไป ฐานสูตร (AN5.57)
  10. ใบไม้สีทองและใบอ่อนสีเขียวบนหิน บทที่ 285 ความไม่แน่นอนชวนทำเหตุที่ดีได้ คิดว่าทุกอย่างเปลี่ยนอยู่แล้วจึงไม่อยากตั้งใจ เพราะผลอาจหายไป ฐานสูตร (AN5.57)

07 · อ่านใหม่และนำไปฝึก

35

รับรู้แล้วไม่ต่อความยึดมั่น

ใจความจากพระสูตรภาษาไทย พร้อมบทอ่านและข้อฝึกเฉพาะชีวิตประจำวัน

บทที่ 286–295
  1. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 286 เห็นสิ่งกระทบก่อนเห็นเรื่องที่ใจสร้าง มองภาพหนึ่งแล้วใจต่อความหมายหลายชั้น จนตอบสนองต่อเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในภาพ สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  2. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 287 ได้ยินคำไม่พอใจโดยไม่รับทั้งเสียงเป็นตัวตน คำของคนหนึ่งทำให้รู้สึกว่าความเป็นเราทั้งหมดถูกตัดสินแล้ว สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  3. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 288 รับรสที่พอใจโดยไม่ให้แรงอยากเลือกต่อ รสถูกใจเกิดแล้วการหยิบเพิ่มเหมือนตามมาเอง จนไม่เห็นความจำเป็นกาย สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  4. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 289 กลิ่นที่พาความทรงจำมาไม่ต้องพาชีวิตย้อนทั้งหมด กลิ่นคุ้นทำให้ใจกลับสู่เรื่องเก่าจนลืมกิจปัจจุบัน สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  5. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 290 สัมผัสรบกวนไม่ต้องกลายเป็นวันร้ายทั้งวัน ความร้อนหรือความอึดอัดช่วงหนึ่งทำให้ใจบ่นต่อทุกเรื่อง สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  6. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 291 ความคิดผ่านใจไม่ต้องได้รับการรับรองทุกเรื่อง มีภาพหรือถ้อยคำในใจแล้วรีบเชื่อว่าต้องเป็นสัญญาณสำคัญที่หาคำตอบทันที สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  7. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 292 สำรวมโดยไม่ตัดชีวิตออกจากโลก กลัวใจฟุ้งจึงคิดว่าต้องหลีกทุกภาพ เสียง และผู้คนเพื่อฝึกได้ สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  8. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 293 เห็นของงามแล้วไม่ต้องเพิ่มภาระครอบครอง ความพอใจจากการมองถูกแปลเป็นคำสั่งว่าต้องมีสิ่งนั้น จึงเริ่มคิดซื้อทั้งที่ไม่จำเป็น สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  9. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 294 ไม่ให้สิ่งที่ขัดใจเลือกคำพูดแทนเรา เห็นความคิดเห็นต่างแล้วมือพร้อมตอบแรงก่อนอ่านเนื้อหาครบ สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)
  10. ช่องลมพื้นบ้านและแสงเงาภายในเรือนเรียบง่าย บทที่ 295 ปล่อยสิ่งผ่านไปโดยยังมีความใส่ใจ กลัวว่าการไม่ยึดจะทำให้เฉยชาต่อทุกเรื่อง จึงตามทุกสิ่งที่กระทบอย่างเหนื่อยล้า สังคัยหสูตรที่ ๒ (SN35.95)