ในสังคมโลกที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและการแสวงหา มนุษย์เรามักจะสวม "หัวโขน" หรือที่ในทางธรรมเรียกว่า "สมมติสัจจะ" (ความจริงโดยสมมติ) ขึ้นมาสวมทับตัวตนเดิมของเราเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือแม้แต่สถานะทางสังคมที่ถูกตราขึ้นมาโดยมนุษย์ด้วยกันเอง สิ่งเหล่านี้เมื่อเราสวมใส่มันนานเข้า เราก็มักจะเผลอไผลไปยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งนั้นคือ "ตัวตน" ของเราจริงๆ
เมื่อมีลาภ ก็มียศ เมื่อมียศ ก็มีคนสรรเสริญ และมีความสุขชั่วคราว สิ่งเหล่านี้คือ "โลกธรรม ๘" อันเป็นกระแสโลกที่พัดพาจิตใจของปุถุชนให้ฟูฟ่อง แต่ในทางกลับกัน เมื่อเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา และตกทุกข์ จิตใจที่เคยฟูฟ่องนั้นก็กลับแฟบลงและเจ็บปวดแสนสาหัส นี่คือสัจธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสสอนไว้มานานกว่าสองพันห้าร้อยปีว่า โลกธรรมเหล่านี้เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
"รูปไม่ใช่ของเรา เวทนาไม่ใช่ของเรา สัญญาไม่ใช่ของเรา สังขารไม่ใช่ของเรา วิญญาณไม่ใช่ของเรา"
— อนัตตลักขณสูตร
หากเราพิจารณาตามหลัก "อนัตตลักขณสูตร" เราจะพบว่า แม้แต่ร่างกายและจิตใจของเราเอง (ขันธ์ ๕) ก็ยังไม่ใช่ของเราอย่างแท้จริง เราไม่สามารถสั่งให้มันไม่แก่ ไม่เจ็บ หรือไม่ตายได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับ "ตำแหน่ง" หรือ "ยศศักดิ์" ซึ่งเป็นเพียงหมอกควันที่ลอยอยู่นอกกาย? การที่เราไปยึดเอาสมมติบัญญัติเหล่านั้นมาเป็นที่ตั้งแห่งความภูมิใจ ก็เปรียบเสมือนการพยายามกำอากาศไว้ในกำมือ ยิ่งกำแน่นเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบแต่ความว่างเปล่าและความเหนื่อยล้า
ความจริงแห่งลมหายใจ
เมื่อเราถอดหัวโขนแห่งสมมติออก สิ่งที่เหลืออยู่อย่างแท้จริงในวินาทีนี้คืออะไร? คำตอบคือ "ลมหายใจ"
ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกที่หล่อเลี้ยงชีวิตนี้อยู่ คือสัจธรรมที่เที่ยงแท้ที่สุดในระดับปรมัตถ์ที่เราสามารถสัมผัสได้ในปัจจุบัน
ลมหายใจไม่เคยถามว่าคุณมียศอะไร ลมหายใจไม่เคยแบ่งแยกชนชั้น ลมหายใจมีหน้าที่เพียงเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
การกลับมาดูลมหายใจ (อานาปานสติ) คือการดึงจิตที่กำลังหลงทางอยู่ในมายาแห่งโลก กลับคืนสู่ "บ้าน" อันเป็นความจริงแท้ เมื่อใดที่เราเข้าใจว่า ทุกสิ่งเป็นเพียงการก่อตัวของเหตุและปัจจัย เมื่อนั้นความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ตำแหน่ง หรือภาพลักษณ์ก็จะค่อยๆ คลายลง ความสงบเย็น (สันติ) ก็จะเข้ามาแทนที่ความเร่าร้อนจากการแสวงหา
จงใช้ชีวิตอยู่ในโลกด้วยความเข้าใจในสมมติ แต่กระทำกิจต่างๆ ด้วยจิตที่ว่างจากการยึดมั่นในสมมตินั้น นั่นคือวิถีทางแห่งความสันโดษที่แท้จริง ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย (สำหรับจุดยืนปัจจุบันเรื่องความสันโดษ สามารถดูได้ที่หน้า คำถามที่พบบ่อย FAQ)