ธรรมะจากหลวงตาน้อย
ครัวเช้าริมน้ำ: ความเอื้อเฟื้อที่ไม่ฟุ่มเฟือย
อาหารธรรมดาที่แบ่งกันพอดี ทำให้ชุมชนอบอุ่นโดยไม่สร้างภาระเกินกำลัง
ในบ้านริมน้ำ กลิ่นข้าวสุกและเสียงภาชนะบอกว่าความดูแลเริ่มจากงานเล็ก ๆ สิ่งธรรมดาที่เห็นอยู่ทุกวันอาจเป็นครูได้ เมื่อเราหยุดพอที่จะมองโดยไม่รีบตั้งชื่อหรือเรียกร้องให้เป็นอย่างใจ
การให้ที่ยั่งยืนรู้ทั้งความต้องการของผู้รับและกำลังของผู้ให้ การฝึกจึงไม่ได้อยู่ไกลจากชีวิต แต่เริ่มตรงขณะที่เรารู้ว่าใจกำลังผลัก ดึง หรือเผลอตามสิ่งใด แล้วเลือกตอบอย่างมีสติ
นำไปฝึกในวันนี้
- ถามก่อนให้ว่าสิ่งใดจำเป็นจริง
- แบ่งเวลาและทรัพยากรโดยไม่ทอดทิ้งหน้าที่
- รับคำขอบคุณแล้ววาง ไม่ทวงบุญคุณ
ไม่ต้องทำให้ครบพร้อมกัน เลือกเพียงข้อเดียวแล้วทำด้วยความรู้ตัว ความสม่ำเสมอที่อ่อนโยนมีประโยชน์กว่าความตั้งใจแรงเพียงชั่วครู่ เพราะช่วยให้ธรรมะค่อย ๆ อยู่ในคำพูด งาน และความสัมพันธ์จริง
ความเอื้อเฟื้อที่พอดีหล่อเลี้ยงทั้งผู้รับและใจของผู้ให้ เมื่อเห็นดังนี้ เราจะไม่ใช้ธรรมะเพื่อหนีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ แต่ใช้สติและปัญญาทำหน้าที่โดยไม่เพิ่มความทุกข์ให้ตนหรือผู้อื่น
บทความนี้เป็นข้อพิจารณาที่คณะผู้จัดทำเรียบเรียงเพื่อการอ่านและฝึกในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่คำเทศน์ถอดเทปหรือคำกล่าวของหลวงตาน้อยโดยตรง